Carbon Fiber ตามความเป็นจริงแล้วนั้น มีพื้นฐานมาจากพลาสติกธรรมดาทั่วไป ที่เราสามารถพบเห็นกันทุกวันนี้ได้ตามปกติทั่วไป เพราะสารตัวนี้ แท้ที่จริงแล้วมันคือ “Polyacrylonitrile” (โพลิอะคลิโลไนไทรล์) หรือที่เรียกย่อๆได้ว่า Polyacrylonitrile

Carbon Fiber ตามความเป็นจริงแล้วนั้น มีพื้นฐานมาจากพลาสติกธรรมดาทั่วไป ที่เราสามารถพบเห็นกันทุกวันนี้ได้ตามปกติทั่วไป เพราะสารตัวนี้ แท้ที่จริงแล้วมันคือ “Polyacrylonitrile” (โพลิอะคลิโลไนไทรล์) หรือที่เรียกย่อๆได้ว่า Polyacrylonitrile

ทำไม Carbon Fiber นั้นมันถึงแข็งแรง แข็งแกร่ง และดูดโดดเด่นกว่าวัสดุน้ำหนักเบา ทนทานกว่าวัสดุประเภทอื่นๆ?
เนื่องมาจากการอาศัยการจัดเรียงตัวของโมเลกุลธาตุใน Carbon นั้นแหละ ที่เปรียบได้เหมือนกับถ่านก็คือ Carbon ชนิดหนึ่ง แต่กลับมีความคงทนไม่เท่ากันกับ “เพชร” ที่เป็นธาตุ Carbon เหมือนกัน นั้นก็เป็นเพราะการจัดเรียงตัวกัน ในส่วนระดับของโมเลกุลธาตุ Carbon ที่อุณหภูมิแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกันนั้นเอง
Tags: Carbon, Carbon Fiberวิธีผลิต Carbon Fiber (คาร์บอนไฟเบอร์) จะต้องผลิตจากอะไร ผลิตกันที่ไหน มีกรรมวิธีผลิต Carbon Fiber อย่างไร?
Carbon Fiber นั้นถือได้ว่าเป็นสารประเภท composite material อีกชนิดหนึ่ง ซึ่งนั้นหมายถึงเทคนิคการผสมผสานระหว่างวัสดุที่ใช้ มากกว่า 2 ชนิดขึ้นไปที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทำให้ได้วัตสดุผสมที่ซึ่งมีคุณสมบัติรวมออกมาด้วยกันได้
เช่น คอนกรีตเสริมเหล็ก ที่เอามาใช้ในการก่อสร้างอาคาร ผสมขึ้นจากปูนซีเมนต์ที่ซึ่งแกร่ง แต่กลับเปราะ กับอีกตัวนั้นก็คือเหล็ก ซึ่งเหล็กนี้จะมีความเหนียวมากกว่า ดังนั้น สำหรับ Carbon composite นั้นมักนิยมทำจากเส้นใย Carbon ซึ่งมีความแกร่ง (stiff) มากกว่า
จะเห็นว่า การรั่วซึมที่เกิดจากรอยแตกร้าว Crack ของคอนกรีตนั้น เราสามารถเกิดขึ้น และพบเจอได้ง่ายมาก ถึงแม้ว่าปัญหาการ Crack ของคอนกรีตนี้จะมีการป้องกันอย่างดี ตั้งแต่การวางแผนการป้องกันในตอนก่อสร้างแล้วก็ตาม
เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วนั้น การแก้ไขด้วยเทคนิค Crack Repair ก็สมควรที่จะมีวัสดุสำหรับงานกันรั่วซึม ไม่ว่าจะเป็นแบบชนิดที่เราเอาไว้ใช้ทาเคลือบรอย Crack หรือแม้แต่แผ่นยางกันซึม ก็สามารถป้องกันโครงสร้างที่เกิดจากการ Crack จากการรั่วซึมได้
ซึ่งเรานับได้ว่าอาการนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุหลักของการวิบัติมาซึ่งโครงสร้าง หากแต่ว่าตัวเจ้าของอาคารนั้นยังคงวางใจ คิดว่าเป็นปัญหาไกลตัวมากกันไปแล้ว กับการรั่วซึม Crack Repair นี้นั้นสามารถส่งผลเสียอย่างยิ่งยวดให้อาคารอีกหลายประการได้ดังนี้
ปัญหารอยร้าวคอนกรีต ที่สามารถแก้ไขได้ด้วยเทคนิคการทำ Crack Repair ส่วนใหญ่นั้น มักจะมีสาเหตุมาจากการยืด หรือการหดตัวของคอนกรีตในชั้นดาดฟ้าเสียส่วนมาก เพราะว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของพื้นดาดฟ้าส่วนนี้นั้น จำเป็นที่จะต้องโดนแสงแดดตลอดทั้งวัน
ทำให้คอนกรีตเกิดการยืดขยายตัว และ Crack แตกร้าวเพราะความร้อนจากสภาพอากาศ และตรงกันข้ามกับในขณะที่ตอนกลางคืน คอนกรีตก็จะเกิดอาการหดตัวลงอย่างรวดเร็ว ไปตามอุณหภูมิของอากาศในช่วงเวลานั้นที่เย็นลง

การ Waterproofing พื้นคอนกรีตสำหรับงานบนชั้นดาดฟ้านั้น โดยปกติแล้วจะผสมน้ำยา Waterproofing เพื่อกันซึมลงไปในพื้นคอนกรีต ซึ่งมันเป็นเพียงแค่น้ำยา Waterproofing ในส่วนผสม ทำให้ W/C หรือที่นิยมเรียกว่า “อัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์” ต่ำ
ทำให้ความแน่นของการ Waterproofing คอนกรีตมีความสูงขึ้น แต่การจี้ลงไปในส่วนของสั่นคอนกรีตในระหว่างการก่อสร้างอาคารนั้น อาจทำให้เกิดโพรงโหญ่ในเนื้อคอนกรีตเกิดขึ้นได้ และอัตราส่วนของน้ำ ทำให้เกิดความสามารถรั่วซึม ผ่านโพรงรูปแบบนี้ได้
หากว่าเราให้ความสำคัญและออกแบบวางแผน Waterproofing ไว้มากเท่าไหร่ เราก็จะได้โครงสร้างอาคารที่มีความสวยงามไปอีกนานนับสิบๆปี ปัจจุบันนี้นั้น Waterproofing ได้เป็นที่ยอมรับและนำมาติดตั้งใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น
โดยเฉพาะงานก่อสร้างในอาคารที่มีความสูง แม้แต่ในการก่อสร้างโรงพยาบาล โรงแรมที่พัก อาคารมหาวิทยาลัย อาคารสำนักงานและอื่นๆ เนื่องจากเราล้วนได้รับบทเรียนมาจากในอดีต ที่เจ้าของอาคาร ได้รับผลกระทบจากปัญหาการรั่วซึม
หากเรามีการออกแบบอาคารที่ไม่สามารถจะมาคุ้มแดดคุ้มฝนได้ดีตลอดไป วัสดุที่ใช้ตกแต่งภายในหรือแม้แต่การออกแบบโครงสร้างคอนกรีตแบบเสริมเหล็ก ก็มีโอกาสที่จะเสื่อมสภาพอย่างยิ่ง และจะนำพามาซึ่งความเสียหายต่อตัวอาคารและเกิดอันตรายอย่างยิ่งในการใช้งานในอนาคตได้
แก้ปัญหาไขปัญหาอาการหลังการติดตั้งระบบกันซึม บริเวณภายในอาคาร รวมไปถึงบริเวณที่เกิดจากการซ่อมแซมหลังคา ผนังกำแพง ชั้นดาดฟ้า ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบระบบ
Super Peak-Seal นับได้ได้ว่าเป็นวัสดุกันซึมที่จะประกอบไปด้วยสาร “อะครีลิคโคโพลีเมอร์” ที่มีความยืดหยุ่นสูงมากกว่าสารอื่นๆ ที่เป็นสารกันซึมชนิดทาหรือชนิดพ่น
มีแผ่น “โพลิเอสเตอร์” เอาไว้เสริมความแข็งแรงให้กับระบบงานอีกชั้น เพื่อที่จะเอาไว้ใช้ในการออกแบบระบบป้องกันหรือสำหรับไว้เพื่อการแก้ไขปัญหารั่วซึมบนหลังคาเป็นหลัก
ระบบกันซึมที่มีลักษณะเป็นแบบแผ่น หรือ Waterproofing Membrane system
ระบบนี้สามารถติดตั้งได้ง่ายบนพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นที่โล่งและเป็นรูปทรงปกติเท่านั้น แต่จะต้องมีความหนาของแผ่นกันซึมที่แน่นอนชัดเจน โดยเฉพาะการเข้าไปทำ flashing บริเวณภายในท่อ หรือแม้แต่ส่วนของขาตั้ง
แต่ว่าระบบกันซึมแบบแผ่นนี้ทำได้ยากและต้องระมัดระวังเป็นพิเศษกับการติดตั้งใช้งาน เพราะในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดหลายประการ เช่นพื้นที่ต้องการกันซึมแคบๆ หรือมีความสูงไม่มาก การยึดเกาะไม่ดี
อีกทั้งแผ่นกันซึมระบบนี้ไม่สามารถระบุจุดรั่วซึมของระบบได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของรอยต่อระหว่างแผ่นกันซึม จะมีโอกาสไปขวางทิศทางไหลของน้ำ ควรจะปรับระดับและเสริมแอ่งน้ำของระบบด้วยปูนทรายซึ่งมีโอกาศหลุดร่อนง่าย
ผิวหินเกล็ดมีโอกาศเกิดการอุดตัน roof drain ในกรณีฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำรั่วซึมอย่างรุณแรง
รอยร้าวคอนกรีตที่เกิดขึ้นในคานเนื่องจากคุณภาพการก่อสร้างคอนกรีตต่ำ หรืออาจจะเกิดจากการกัดกร่อน ในบางครั้งคุณภาพการก่อสร้างคอนกรีตที่ไม่ดีอาจจะทำให้อายุโครงสร้างทั้งองค์สั้นลง และเกิดรอยร้าวขึ้นในอนาคตได้หลากหลายประเภท
แต่ทว่าโครงสร้างโดยรวมมักจะไม่พังทลายหรือวิบัติลงไปภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว บางทีอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะเกิดความเสียหายขึ้นมาอย่างแท้จริง รอยร้าวประเภทแบบนี้มักพบได้มากในอาคาร ซึ่งมีการควบคุมการก่อสร้างไม่ดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเป็นอาคารในบริเวณแถบชายฝั่งใกล้ทะเลจะพบได้บ่อยมากขึ้น อันเนื่องมาจากปัญหาไอน้ำเค็มที่เป็นละอองมาจากทะเล ตรงนี้จะสามารถทำให้คอนกรีตเสื่อมคุณภาพได้เร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว
